EN TH

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ขอขอบพระคุณท่านผู้ใช้บริการทุกท่าน ที่เข้ามาเยี่ยมชม ติดตามข่าวสารบริษัท และใช้บริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.becworld.com (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ") เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เยี่ยมชมทุกท่านต่อแนวทางและมาตรฐานในการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล เปิดเผย หรือปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่าน บริษัทจึงได้จัดให้มีประกาศนโยบายสิทธิส่วนบุคคลนี้เพื่อผู้ใช้บริการได้รับทราบถึงนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การประมวลผล และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562”) กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย

เพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการแก่ท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านใช้บริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลดังต่อไปนี้

ประเภทของข้อมูล ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนตัว
  • ชื่อ นามสกุล
  • เพศ อายุ
  • วัน เดือน ปี เกิด
  • สัญชาติ
  • เลขประจำตัวประชาชน / เลขหนังสือเดินทาง
ข้อมูลการติดต่อ
  • ที่อยู่
  • อีเมล
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • บัญชีผู้ใช้ (Account) สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ LINE
ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อโซเชียลมีเดีย
  • บัญชีผู้ใช้ (Account)
  • รูปโปรไฟล์
  • อีเมลที่ผูกกับบัญชีผู้ใช้ดังกล่าว
ข้อมูลสำหรับการระบุและยืนยันตัวตน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (กรณีชาวต่างชาติ)
ข้อมูลการเข้าใช้บริการ
  • ข้อมูลการเข้าสู่ระบบและการใช้บริการ
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
  • IP Address
  • วันและเวลาที่ท่านเข้าใช้บริการ
ข้อมูลสำหรับการชำระเงิน
  • ข้อมูลบัตรเครดิต
  • ข้อมูลบัตรเดบิต

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

  • กรณีเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
  • กรณีเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • กรณีเพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ หรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • กรณีเป็นการจำเป็นเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ
  • กรณีเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
  • กรณีเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
  • กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550, พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544, พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553, พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544, พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542, ประมวลกฎหมายแพ่ง ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นต้น
  • กรณีเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

2. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ผู้ใช้บริการแต่ละรายสามารถใช้บริการและเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ถูกต้อง ครบถ้วนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับสิทธิประโยชน์ ข้อมูลข่าวสารและบริการที่ดี มีคุณภาพ และถูกต้องตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการ หรือเพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลหรือวิเคราะห์ข้อมูล หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของบริษัท หรือเพื่อวัตถุประสงค์และประโยชน์อื่นใดของบริษัทและบริษัทในเครือ และ/หรือคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทและ/หรือบริษัทในเครือที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อท่านได้สมัครสมาชิกหรือเข้าใช้บริการของบริษัทนี้ ถือว่าท่านได้ตกลงยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้น รวมถึงให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่บริษัทในเครือรวมถึงคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทได้ ตลอดระยะเวลาที่ท่านใช้บริการและภายหลังจากที่ท่านยุติการใช้บริการ

3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

โดยหลักบริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นนอกจากข้อมูลที่ได้รับจากท่านโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามที่พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด

4. ระยะเวลาการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นตามขอบเขตวัตถุประสงค์ของบริษัท หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยบริษัทจะจัดให้มีระบบหรือมาตรการเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องจัดเก็บ ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยอีกต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันผลประโยชน์ได้เสียโดยชอบธรรม (Legitimate Interest) ของบริษัท หรือกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท บริษัทสงวนสิทธิที่จะขยายระยะเวลาจัดเก็บดังกล่าวออกไปตามสมควรภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

5. บุคคลที่บริษัทอาจเปิดเผยให้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ และบุคลากรใดๆ ของบริษัท รวมถึงบุคคลภายนอกที่บริษัทได้มอบหมายให้มีหน้าที่หรือมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึง ใช้ และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการให้บริการแก่ท่าน หรือเพื่อปกป้องส่วนได้เสียของบริษัทและบริษัทในเครือเท่านั้น โดยบริษัทจะจัดให้มีระบบหรือมาตรการป้องกันไม่ให้มีการใช้ เข้าถึง แก้ไข ทำลาย ทำให้สูญหาย หรือดำเนินการใดๆ แก่ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ ท่านยินยอมให้บริษัทสามารถส่ง โอน และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทในเครือ คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทหรือบริษัทในเครือ ผู้ประมวลผลข้อมูลที่บริษัทมอบหมาย รวมถึงบุคคลอื่นใดที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทไม่ว่าทางธุรกิจหรือทางกฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (ไม่ว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศนั้นถึงเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม) เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในประกอบกิจการของบริษัท หรือเพื่อกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท หรือเพื่อปกป้องประโยชน์ได้เสียหรือสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องส่ง โอนและ/ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ไปยังต่างประเทศที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย บริษัทจะใช้มาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครอง และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระดับเดียวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน

    ท่านสามารถขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท

  2. สิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

    ท่านสามารถขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท

  3. สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตน

    ท่านสามารถขอให้บริษัททำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนท่านได้ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

    ทั้งนี้ ท่านตกลงและรับทราบว่า แม้บริษัทจะได้ดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ท่านร้องขอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่บริษัทอาจยังคงบันทึกหรือทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวเอาไว้ เพื่อสำรองข้อมูลสำหรับกรณีที่ระบบของบริษัทเกิดความบกพร่อง เสียหายหรือขัดข้อง รวมถึงเก็บไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปกป้องประโยชน์ได้เสียหรือสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทต่อไป

  4. สิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน

    ท่านสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  5. สิทธิในการขอให้บริษัทส่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนแก่บุคคลอื่น

    ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้จัดทำขึ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ รวมถึงสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังบุคคลภายนอกได้ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  6. สิทธิในการคัดค้านการใช้ รวบรวม จัดเก็บ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน

    ท่านสามารถคัดค้านการใช้ รวบรวม จัดเก็บ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมตามกฎหมายโดยไม่ต้องขอความยินยอม หรือการใช้ รวบรวม จัดเก็บ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรงตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

  7. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

    ท่านสามารถเพิกถอนความยินยอมสำหรับการใช้ รวบรวม จัดเก็บ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ รวบรวม จัดเก็บ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้ดำเนินการไปก่อนหน้า

  8. สิทธิในการขอให้แจ้งรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

    ท่านสามารถขอให้บริษัทแจ้งรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมเอาไว้

ท่านสามารถใช้สิทธิข้างต้นได้โดยการแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรไปยังแอดมิน (Admin) ของเวปไซต์ของบริษัท หรือแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(DPO ) รายละเอียดและวิธีการที่กำหนดในข้อ 10

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านข้างต้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทกำหนด ซึ่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และบริษัทขอสงวนสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำขอหรือการใช้สิทธิของท่าน หากบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมายหรือคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อบริษัท หรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทมีสิทธิปฏิเสธได้

อนึ่ง บริษัทขอเรียนว่าการไม่ให้ความยินยอม คัดค้าน ระงับ ลบหรือทำลาย หรือจำกัดการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้หรือรับการให้บริการของบริษัทได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากบริษัทจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บ รวบรวม ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อการให้บริการแก่ท่าน

7. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานทั้งในด้านเทคโนโลยีและกระบวนการเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการของบริษัท จากการนำข้อมูลที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทไปทำให้เกิดความเสียหาย นำไปใช้ในทางที่ผิด หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว รวมถึงป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ โดยบริษัทจะกำหนดให้เฉพาะพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่หรือที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย การนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของท่าน

8. ข้อจำกัดความรับผิด

แม้บริษัทจะได้ใช้มาตรการและเทคโนโลยีเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มความสามารถ แต่บริษัทไม่อาจรับรองได้ว่ามาตรการและเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีความสมบูรณ์ โดยปราศจากความบกพร่องหรือข้อผิดพลาดใดๆ บริษัทจึงขอสงวนสิทธิที่จะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในทุกกรณี

ทั้งนี้ นโยบายสิทธิส่วนบุคคล นี้ไม่ครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลใดๆ ที่กระทำโดยบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการการวัดผลการรับชมและการวิจัยด้านการตลาด (Rating) ผู้โฆษณา ผู้ให้บริการ ผู้ขายสินค้าในเว็บไซต์หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับบริการของบริษัท บริษัทจึงไม่สามารถรับผิดชอบในความความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ อันเนื่องมาจากการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว

9. การแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านสามารถแจ้งเหตุหรือการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของบริษัทตามรายละเอียดและวิธีการที่กำหนดในข้อ 10 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และการบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดดังกล่าว บริษัทขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บริษัททราบถึงการละเมิดดังกล่าวในทันทีที่ท่านทราบหรือโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถปฏิบัติได้

10. การติดต่อบริษัท

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับนโยบายสิทธิส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือการดำเนินการใดๆ ของบริษัท เกี่ยวกับการใช้ รวบรวม จัดเก็บ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ได้ที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่ : เลขที่ 3199 อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เบอ์โทรศัพท์: 02-262-3118
อีเมล: dpo@becworld.com

บริษัทอาจจะแก้ไขนโยบายสิทธิส่วนบุคคลฉบับนี้ ได้ในทุกเวลาโดยปิดประกาศการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบนบริการของบริษัท หรือโดยอีเมล ทั้งนี้ การใช้บริการบนเว็บไซต์และ/หรือแอพพลิเคชั่นของท่านถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดของนโยบายสิทธิส่วนบุคคลฉบับนี้ และการที่ท่านใช้บริการอย่างต่อเนื่องภายหลังจากที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ย่อมถือเป็นการยอมรับการแก้ไขแต่ละครั้งด้วยเช่นเดียวกัน