EN TH

ปี 2563 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่กลุ่มบีอีซีต้องแสดงความสามารถในการรับมือกับความท้าทายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันของช่องรายการโทรทัศน์ดิจิทัล ความนิยมของสื่อใหม่ที่ทำให้พฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์หลากหลายช่องทางมากขึ้น รวมทั้งเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและการดำเนินธุรกิจขององค์กร อย่างไรก็ตาม กลุ่มบีอีซีสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นแรงผลักดันและปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจให้สามารถรองรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และเรายังมองเห็นโอกาสและต่อยอดธุรกิจใหม่ที่จะทำให้เราเติบโตอย่างยั่งยืน

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 กลุ่มบีอีซียังคงยึดมั่นในภารกิจของการเป็นสื่อมวลชนที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมไทย ด้วยการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระ และสร้างสรรค์ความบันเทิงที่มีคุณค่า โดยเรายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเนื้อหารายการและละคร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชมทุกเพศทุกวัย เพราะเรามั่นใจว่า “คอนเทนต์” เป็นกุญแจสำคัญของธุรกิจสื่อโทรทัศน์ แม้ว่าพฤติกรรมการรับชมเปลี่ยนไปอยู่บนสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่ก็ไม่แตกต่างจากอดีตที่คอนเทนต์ยังเป็นเหตุผลหลักในการเลือกรับชม เพียงแต่ผู้ชมสามารถเลือกรับชมรายการโดยไม่จำกัดช่องทางและช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม เรายังคงเน้นให้ธุรกิจโทรทัศน์สร้างรายได้ต่อไป แต่ปรับทิศทางให้ “ช่อง 3 ต้องเป็นมากกว่าทีวี” โดยใช้จุดแกร่งด้านคอนเทนต์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในการขยายตลาดไปสู่สื่อใหม่และตลาดโลก ด้วยการผลิตและจำหน่ายคอนเทนต์ในรูปแบบ Single Content, Multiple Platform หรือการผลิตคอนเทนต์ด้วยต้นทุนเพียงหนึ่งครั้ง แต่สามารถนำไปออกอากาศและสร้างรายได้จากการจำหน่ายได้หลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ OTT (Over-the-Top Platform) ที่เป็นช่องทางสำคัญในการนำคอนเทนต์ของเราออกสู่ตลาดต่างประเทศ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคอนเทนต์ นอกจากนี้ เรายังพัฒนาแพลตฟอร์มการรับชมออนไลน์ในสามพลัส (Ch3+) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของเราเอง และมีแผนเปิดการบอกรับสมาชิกในปี 2564 พร้อมด้วยละครของช่อง 3 และคลิปต่างๆ ที่หาดูจากที่อื่นไม่ได้ รวมทั้งข่าวความเคลื่อนไหวของนักแสดงที่จะนำเสนอในแบบ Exclusive เฉพาะกับสมาชิก

กลุ่มบีอีซี ยังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำเสนอข่าว ละคร และรายการวาไรตี้ โดยยกระดับรายการข่าวที่เป็นภาพลักษณ์ของบริษัทมาอย่างยาวนาน ให้รายการข่าวของช่อง 3 เป็นรายการที่ผู้ชมเลือกรับชมเป็นช่องต้นๆ (Top of Mind) รวมทั้งเร่งสร้างบุคลากรด้านข่าวไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพรายการข่าวให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เราจะทำให้ละครของช่อง 3 ยังคงเป็นผู้นำต่อไป รวมทั้งรายการวาไรตี้ที่สร้างสีสันให้กับผู้ชม เพราะเรามุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์อันดับ 1 ของประเทศไทยทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

ในฐานะของการเป็นสื่อมวลชน การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมจากการนำเสนอรายการและละครที่มีคุณภาพ สอดแทรกข้อคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้ทำความดี ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ความบันเทิง อาทิ ทุ่งเสน่หา ละครที่สะท้อนถึงมนุษย์ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดีคละกัน แต่ความดีจะชนะทุกสิ่ง ร้อยเล่ห์มารยา ละครที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ สอดแทรกข้อคิดที่ดีตลอดทั้งเรื่อง อย่างเช่น การดำเนินชีวิตโดยใช้สตินำทาง เช่นเดียวกับรายการวาไรตี้ที่พัฒนาเนื้อหาให้ครอบคลุมการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ซึ่งผลงานด้านรายการและละครที่มีคุณภาพเหล่านี้ ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์จากการได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย

เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในประเทศ อย่างเช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 กลุ่มบีอีซี ใช้ศักยภาพของความเป็นสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสาร ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ติดตามสถานการณ์ และประชาสัมพันธ์เพื่อระดมทุนในการให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และถุงยังชีพแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ภายใต้โครงการ “ช่อง 3 เคียงข้างคนไทยฝ่าภัยโควิด-19” รวมทั้งนำผู้จัดละครและนักแสดงให้ความช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะ “เราต้องการเป็นที่พึ่งพาได้ของสังคม”

กลุ่มบีอีซี ตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน จะนำพาให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ในปี 2563 จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อการกำกับดูแลและขับเคลื่อนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เรายังจัดกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กิจกรรม “ช่อง 3 อาสาทำดี” โดยในปีนี้เราเน้นไปที่กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่สร้างความตระหนักในเรื่องของ “ลดการรับ ปรับการทิ้ง” ขยะพลาสติก และเรายังคงเดินหน้าทำประโยชน์เพื่อสังคมโดยรวมต่อไป ด้วยความมุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยพัฒนาได้อย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ ในนามของกลุ่มบีอีซี ผมและกรรมการทุกท่านขอแสดงความขอบคุณผู้บริหารและพนักงานที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย รวมทั้งผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มบีอีซี ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความทุ่มเทและตั้งใจจริงในการดำเนินงานบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ไปพร้อมกับการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม จะนำพากลุ่มบีอีซีให้เติบโตเคียงข้างสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์
กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจโทรทัศน์