เรายังมุ่งมั่นที่จะขยายงานในธุรกิจที่เราชำนาญนี้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจของเราอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เรียน ท่านผู้ถือหุ้นบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

8,310

ล้านบาท

รายได้รวมในปี 2562

ปี พ.ศ. 2562 ถือเป็นปีที่ท้าทายอีกปีหนึ่งสำหรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ถึงแม้ว่าทาง กสทช. ได้อนุมัติการคืนใบอนุญาตช่องโทรทัศน์ดิจิตอล 7 ช่อง ตามมาตรา 44 การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิตอลยังคงเข้มข้นทั้งจาก 15 ช่อง ที่ดำเนินการต่อ โดยรายได้ค่าโฆษณาของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ในปี พ.ศ. 2562 อยู่ที่ 6,743 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22 จากปี พ.ศ. 2561 ที่มีรายได้ 8,643 ล้านบาท รายได้ที่ไม่ได้มาจากโฆษณาเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 มาอยู่ที่ 1,567 ล้านบาท จากการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์และบริการอื่น ๆซึ่งอยู่ภายใต้รายได้ที่ไม่ได้มาจากโฆษณา ลดลงไป 87 ล้านบาท เนื่องจากเราสูญเสียโอกาสในการทำรายได้จากการ simulcast ผ่านพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ

จึงส่งผลให้บีอีซีเวิลด์ได้รับผลกระทบและมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 397 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.3 จากปี พ.ศ. 2561 ที่ขาดทุน 330 ล้านบาท โดยรายการหลักมาจากการคืนใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ทั้ง 2 ช่อง คือ ช่อง 28 และช่อง 13 รวมถึงการลดต้นทุนค่าผลิตรายการและต้นทุนค่าโครงข่าย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงร้อยละ 4.2 ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่ายเงินชดเชยจากการปรับโครงสร้างพนักงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ผลของการปรับโครงสร้าง จะทำให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายอย่างเต็มจำนวนในปีพ.ศ. 2563

ถึงแม้จะมีผลขาดทุนแต่เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน สถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ถือว่า มีความมั่นคงเพราะมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,442 ล้านบาทในปีพ.ศ. 2562 และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 บีอีซี เวิลด์ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 2,665 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 549 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการคืนใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ทั้งสองใบ

ปี พ.ศ. 2563 ยังคงเป็นปีที่มีความท้าทายสูงสำหรับกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ สืบเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยในไตรมาสที่ 1/2563 และ ความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของ โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ (1) ภาพรวมของเศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศชะลอตัว และ (2) การอุปโภคบริโภคในประเทศที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายด้านโฆษณา อย่างไรก็ตาม เรามีความหวังว่าการอุปโภคบริโภคในประเทศจะกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3/2563 และจะส่งผลให้ธุรกิจโฆษณาฟื้นตัว เรายังคงมุ่งมั่นในการพัฒนากลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากเรตติ้งภาพรวมที่ดีขึ้นในไตรมาสที่ 1/2563 เมื่อเทียบ กับไตรมาสที่ 4/2562 โดยหนึ่งในกลยุทธ์หลัก คือการพัฒนาคอนเทนต์ในช่วงเวลา18.00 น. ถึง 22.35 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณผู้ชมมากที่สุดของวัน พร้อมทั้งหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาคอนเทนต์ในช่วงเวลาอื่น ๆ

นอกจากนั้น เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ไปยังต่างประเทศ และธุรกิจออนไลน์ อย่างน้อย 2 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้ในปี พ.ศ. 2562 เพื่อลดผลกระทบจากธุรกิจโฆษณาที่มีการปรับตัวลดลงและสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันเราได้รับการตอบรับจากพันธมิตรทางธุรกิจแล้วได้รับการยืนยันรายได้ครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 จากการยุติการออกอากาศในระบบอนาล็อก การลดต้นทุนการผลิตรายการ ตลอดจนการปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง และอื่น ๆ ซึ่งแผนสำคัญดังกล่าวจะทำให้บริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้ง

ในนามของคณะกรรมการ เราขอแสดงความขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า เอเยนซี่ พันธมิตรทางธุรกิจ นักแสดง คณะกรรมการบริหาร และพนักงาน ที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด เราขอยืนยันที่จะทำให้กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ เติบโตดังวิสัยทัศน์ใหม่ของเรา ที่จะเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง ให้บริษัทสามารถแสวงหาแหล่งรายได้และกำไรใหม่ ๆ เราเชื่อมั่นว่าในปีถัดไปนี้จะเป็นปีที่ท้าทายของกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์

นายสมชัย บุญนำศิริ

ประธานกรรมการ

นายอริยะ พนมยงค์

กรรมการผู้อำนวยการ