news

 


กลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสแรกปี2553
เท่ากับ 736ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกนของปีก่อนร้อยละ 35

กลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบีอีซี เวิลด์ในไตรมาสแรกปี2553 เท่ากับ
736ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ35 ท่ากับมีกำไรเพิ่มขึ้น192ล้านบาท
จากรายได้จากการขายเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้น จากกำไรจากการจัดการแสดงที่สูงขึ้น แม้ราย
ได้อื่น-โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยรับ-ที่ลดลงตามภาวะถดภอยของเศรษฐกิจมหภาค ในขณะ
ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับขยายธุรกิจเพิ่มเวลานำเสนอรายการของกลุ่มบีอีซี เวิลด์เอง
เพิ่มรายการใหม่ และขยายเวลาของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการ
ขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสก่อน กลุ่มบีอีซี เวิลด์ก็ยังมีกำไรลดลง 4ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสก่อนอีกร้อยละ0.5
เนื่องมาจากการที่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการขยายธุรกิจ และจากการ
ลดลงของรายได้ในช่วงไพรมไทม์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า ซึ่งเป็นปกติในการเปรียบเทียบช่วง
ไตรมาสต้นปีกับช่วงไตรมาสท้ายของปี

คำอธิบายงบการเงินรวม ไตรมาสแรกปี 2553 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

ภาวะอุตสาหกรรม
ในไตรมาสแรกของปีนี้ เม็ดเงินโษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ได้ลดต่ำลงจาก ยอดที่เคยใช้ในไตร
มาสก่อนถึงร้อยละ6 ตามรายงานของเนลสัน มีเดีย รีเสริทช์(เนลสันฯ) ซึ่งก็เป็นปกติของ
การเปรียบเทียบไตรมาสท้ายปี (ซึ่งเป็นช่วง“ไฮ-ซีซั่น”) กับไตรมาสต้นปี (ซึ่งเป็นช่วง“โล-
ซีซั่น”) แต่ เนลสันฯก็ยังได้รายงานด้วยว่า นั่นเป็นยอดที่สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ร้อยละ13 จากแรงส่งที่อุตสาหกรรมมีการเติบโตในอัตราสูงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้ง
แต่ครึ่งหลังของปีก่อน โดยเนลสันฯก็ได้รายงานด้วยว่า อัตราเติบโตจากฐานปีก่อนของอุต-
สาหกรรมนั้นสูงขึ้น ในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดไตรมาส(มกราคม+10.6%, กุม-
ภาพันธ์+12.5% และมีนาคม+15.8%) มีผู้โฆษณาหลายราย ที่เพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่าน
สื่อโทรทัศน์ในอัตราสูง และ มีผู้โฆษณารายใหม่เข้ามาสู่อุตสาหกรรมมากหลายราย โดย
เฉพาะในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มของช่วง“ไฮ-ซีซั่น” ตอกย้ำให้เห็นชัดเจน  ถึงแนวโน้ม
ที่ปรับดีขึ้น ของอุตสาหกรรมโษณาผ่านสื่อโทรทัศน์

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในช่วงไตรมาสแรกของปี2553 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ
กลุ่มอย่างเป็นสาระสำคัญ นอกจาก การที่ได้แปลงสภาพ“กิจการร่วมค้าบีอีซี-เทโร ซีเนริ
โอ” เป็นบริษัทร่วมทุน “บริษัท บีอีซี-เทโร ซีเนริโอ จำกัด” ซึ่ง “บีอีซี-เทโรฯ”บริษัทย่อย
ของ “บีอีซี เวิลด์” ถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงอยู่ร้อยละ50 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
โดยดำเนินงานจัดการแสดงเช่นเดิม

ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากนโยบายบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม มี
ผลทำให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการ
ดำเนินงานของกลุ่ม ดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน ใคร่ขออธิบายผลการดำเนิน
งาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบีอีซี เวิลด์ในไตรมาสแรกปี2553 เท่า
กับ 736ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ35 เท่ากับมีกำไรเพิ่มขึ้น192
ล้านบาท จากรายได้จากการขายเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้น จากกำไรจากการจัดการแสดงที่
สูงขึ้น แม้รายได้อื่น-โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยรับ-ลดลงตามภาวะถดภอยของเศรษฐกิจ
มหภาค ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับขยายธุรกิจเพิ่มเวลานำเสนอรายการของ
กลุ่มบีอีซี เวิลด์เอง เพิ่มรายการใหม่ และขยายเวลาของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้น ใน
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน กลุ่มบีอีซี เวิลด์ก็ยังมีกำไรลดลง 4ล้านบาท ต่ำกว่า
ไตรมาสก่อนอีกร้อยละ0.5 เนื่องมาจากการที่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
จากการขยายธุรกิจ และ จากการลดลงของรายได้ในช่วงไพรมไทม์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ซึ่งเป็นปกติในการเปรียบเทียบช่วงไตรมาสต้นปีกับช่วงไตรมาสท้ายของปี

รายได้จากการขาย
จากการปรับขยายธุรกิจ เพิ่มเวลานำเสนอรายการของกลุ่มบีอีซี เวิลด์เอง มีผลทำให้ราย
ได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสแรกปีนี้ ทำได้สูงขึ้นกว่าก่อน
มาก สูงกว่าไตรมาสก่อนร้อยละ14 แม้อุตสาหกรรมจะยุบตัวลงตามปกติของการเปรียบ
เทียบ ไตรมาสต้นปี (ซึ่งเป็นช่วง“โล-ซีซั่น”) กับ ไตรมาสท้ายปี (ซึ่งเป็นช่วง“ไฮ-ซีซั่น”)
และ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ42 ตามแรงส่งของอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นมา
อย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและการแสดงนั้นลดลง ทั้งเมื่อเทียบกับ
ไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนการแสดงที่ลดลง ตามภาวะ
สถานะการณ์ และการที่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ เน้นคัดสรรเลือกรายการที่เอามานำเสนอเข้ม
มากขึ้น ซึ่งก็ส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ส่วนรายได้จากบริการอื่น แม้เพิ่มขึ้นจาก
ปีก่อน แต่ก็ยังลดลงจากไตรมาสก่อนตามภาวะฤดูกาล ที่กิจกรรมในช่วงต้นปีนั้นน้อยลง
กว่าที่เคยเป็นในช่วงท้ายปี เป็นหลัก

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส
เดียวกันนี้ของปีก่อน จากการการปรับขยายธุรกิจ ปรับผังรายการเพิ่มรายการใหม่ ปรับ
ขยายเพิ่มเวลาการนำเสนอรายการของกลุ่มบีอีซี เวิลด์เองมากขึ้น และการขยายเวลา
ของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นการสร้างโอกาสในการทำรายได้และกำไรให้
เพิ่มขึ้นด้วย ในส่วนค่าใช้จ่ายนั้น ได้ลดลงมากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้เนื่อง
มาจากกลุ่มบีอีซี เวิลด์ มีค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่สูงในไตรมาสท้ายปีเป็นปกติ แต่ ก็ไม่
ได้เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันนี้ของปีก่อน

ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2552 โดยที่เงินสดและเงิน
ลงทุนชั่วคราวได้เพิ่มขึ้นตามผลกำไร และการขยายธุรกิจทำให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น  
ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย เงินลงทุนในเครื่องมืออุปกรณ์
ค่าต้นทุนสิทธิการใช้ทรัพย์สินและค่าต้นทุนรายการรอตัดจำหน่าย มียอดใกล้เคียงกับ
ปีก่อน หนี้สินเพิ่มขึ้น จากภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นตามกำไร และการจัดสรรกำไรเป็นเงินปัน
ผลงวดหลังของปีก่อนค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง จากการจัดสรรกำไรเป็นเงินปันผล
ดังที่กล่าวแล้ว กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีฐานะมั่งคงเช่นเคย


บีอีซี ชี้แจงผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิ(ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบีอีซี เวิลด์)ในปี2552
เป็นยอดเท่ากับ2,635ล้านบาท ลดลงจากที่เคยทำได้ในปีก่อนร้อยละ8.4
ลดลง241ล้านบาท

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิ(ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบีอีซี เวิลด์)ในปี2552 เป็นยอดเท่ากับ 2,635
ล้านบาท ลดลงจากที่เคยทำได้ในปีก่อนร้อยละ8.4 ลดลง241ล้านบาท แม้ บีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่ม
รายได้ จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้นอีกร้อยละ 2.2 เป็นยอดที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน178 ล้านบาท
กำไรที่ลดลงเกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี จากการที่กลุ่มมีรายได้โฆษณาลดลงในไตรมาสแรกของปี
จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจมหภาคโดยรวม และจากการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุน จากการขยายช่วงเวลาไพร์ม
และการเปลี่ยนแปลงผังรายการ ที่เพิ่มรายการที่ผลิตในประเทศมากขึ้น และจากการที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
“การฉลองครบรอบ 39 ปี ของการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3” อีกทั้งรายได้จาก การให้ใช้
สิทธิ และบริการอื่นและรายได้จากดอกเบี้ยรับลดลง จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ แม้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์
ได้ปรับฟื้นตัวมีกำไรเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อน ต่อเนื่องตลอดครึ่งหลังของปี ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่าย
ได้ปรับลดลง แต่กำไรที่เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังนี้ก็ยังไม่สามารถกลบส่วนที่ต่ำกว่าปีก่อนใน ครึ่งแรกของปีได้
ทั้งหมด  จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร และ ยอดกำไรสุทธิ ต่ำกว่าปีก่อนดังที่ได้อธิบายเพิ่มเติม
ในคำอธิบายงบการเงินรวม

คำอธิบายงบการเงินรวม ปี 2552
ภาวะอุตสาหกรรม

ข่าวร้ายทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ เริ่มส่งผลลบต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทย มาตั้งแต่ปลาย
ปี2551 มีผลทำให้อุตสาหกรรมในไตรมาสแรกของปี2552 ได้ยุบตัวลงถึงร้อยละ8จากยอดที่เคยใช้ในไตร
มาสก่อน ตามรายงานของเนลสัน มีเดีย รีเสริทช์(เนลสันฯ)แม้ส่วนหนึ่งจะถือได้ว่าเป็นปกติของการเปรียบ
เทียบไตรมาสต้นปี (ซึ่งเป็นช่วง“โล-ซีซั่น”)กับไตรมาสท้ายปี(ซึ่งเป็นช่วง“ไฮ-ซีซั่น”) แต่เนลสันฯก็ได้
รายงานว่า เม็ดเงินโษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ได้ปรับฟื้นตัวในเดือนมีนาคม เมื่อเริ่ม“ไฮ-ซีซั่น”รอบแรกของปี
แม้เนลสันฯได้รายงานด้วยว่าการใช้เงินของผู้โฆษณารายใหญ่รายหนึ่งในช่องหลักช่องหนึ่งได้ลดลงมาก
ผิดปกติ ฉุดให้อุตสาหกรรมลดต่ำลงจากปีก่อนในอัตราสูงในไตรมาสสอง อันเป็น ผลทำให้“ช่อง3”กลับมา
เป็น ช่องที่มีส่วนแบ่งตลาดในเม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในอุตสาหกรรม อีกครั้งหนึ่งตลอดช่วงแรกของปีจนถึง
ปลายไตรมาสสาม แต่เหตุการณ์ผิดปกตินั้น กลับมีผลช่วยให้ภาวะการแข่งขัน ในระหว่างเจ้าของสินค้า/
ผู้โฆษณาในกลุ่มสินค้า ที่เกี่ยวข้องเพิ่มรุนแรงมากขึ้น มีการใช้เงินโฆษณาจากผู้โฆษณากลุ่มนั้นเพิ่มจาก
ฐานของปีก่อนสูงมาก ทำให้อุตสาหกรรมกลับมามีการเติบโตได้เป็นอย่างดีในครึ่งหลังของปี และเป็นการ
เติบโต ในอัตราที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ยอดรวมทั้งปีมีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนได้ โดยที่ทุกช่องมีการ
เติบโตจากฐานปีก่อน ยกเว้นช่องหลักที่มีการลดผิดปกติ-แม้ปัญหาความผิดปกตินั้นดูคล้ายจะได้คลี่คลาย
ไปตั้งแต่ ปลายไตรมาสสามแล้วก็ตาม ซึ่งมีส่วนทำให้“ช่อง3”กลับมามีส่วนแบ่งตลาดในเม็ดเงินโฆษณา
ผ่านสื่อโทรทัศน์สูงสุดในปีนี้ และทำให้กลุ่ม“บีอีซี-เวิลด์”มีรายได้โฆษณาสูงเป็นประวัติการณ์ ต่อเนื่อง
กันตลอดสามไตรมาสหลังของปี2552 เมื่อพิจารณารายงานของ“เนลสันฯ”ในรายละเอียด ก็เห็นได้ชัดว่า
แม้ บางราย/บางกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจมหภาคตรงๆและได้ลดการใช้เงิน
โฆษณาลง เช่นกลุ่มรถยนต์ วัตถุก่อสร้าง และการใช้เงินโฆษณาภาครัฐ แต่ก็มีผู้โฆษณาหลายกลุ่มสินค้า
/หลายราย ทั้งรายใหญ่ๆและรายกลางๆ ที่ได้เพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์สูงขึ้นกว่าที่เคยใช้
ในปีก่อน ในอัตราสูง-เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน อีกทั้งก็ยังมีผู้โฆษณารายใหม่เพิ่มเข้ามาอีกมาก
ราย เมื่อภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้ผู้โฆษณาส่วนใหญ่มีส่วน
แบ่งในอุตสาหกรรมลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัด ถึงความหลากหลาย ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของ
การเติบโตของอุตสาหกรรม

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในปี2552 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่ม อย่างเป็นสาระสำคัญ นอกจาก
การที่ (1)ได้ขายเงินลงทุน ร้อยละ40 ใน“บีอีซี-เทโร เอ็กซ์ซิบิชั่นส์” ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างหยุด
การดำเนินงาน ที่บมจ. บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ (“บีอีซี-เทโรฯ”) บริษัทย่อยของ“บีอีซี เวิลด์”
เคยถือหุ้นอยู่ร้อยละ99.99ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ให้แก่บุคคลภายนอก แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น
10ล้านบาทและได้รับชำระเต็มจำนวน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น“บริษัท แฮฟเอกู๊ดดรีม จำกัด” แต่ก็ยังคงมี
สภาพเป็นบริษัทย่อยที่“บีอีซี-เทโรฯ”ยังถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงอยู่ร้อยละ60 และได้เริ่มดำเนินงาน
ใหม่แล้ว โดยเป็นการจัดรายการแข่งขันแสดงความสามารถทางโทรทัศน์ (2)ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท บีอีซี
-เทโรอาร์เซนอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างหยุดการดำเนินงาน ที่“บีอีซี-เทโรฯ”เคยถือหุ้น
อยู่ร้อยละ99.99ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด เป็น บริษัท บีอีซี-เทโร คอมคอม จำกัด และได้จำหน่ายหุ้น
ร้อย ละ49ให้แก่บุคคลภายนอก แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก10ล้านบาท เพิ่มเป็น28ล้านบาท ซึ่งได้รับ
ชำระเต็มจำนวนแล้ว โดยที่ผู้ถือหุ้นต่างก็ร่วมเพิ่มทุนตามสัดส่วน จึงยังคงมีสภาพเป็นบริษัทย่อยที่“บีอีซี-
เทโรฯ”ยังถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงอยู่ร้อยละ51 และ ได้เข้าดำเนินงานในธุรกิจใหม่ โดยเป็นการขาย
โฆษณาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี“เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม” มีผลทำให้
ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
ดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน ใคร่ขออธิบายผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มี“กำไรสุทธิ”(ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบีอีซี เวิลด์)ในปี2552 เป็นยอดเท่ากับ
2,635ล้านบาท ลดลงจากที่เคยทำได้ในปีก่อนร้อยละ8.4 ลดลง241ล้านบาท แม้บีอีซี เวิลด์ ยังสามารถ
เพิ่ม“รายได้จากการขายเวลาโฆษณา”ได้สูงขึ้นอีกร้อยละ2.2 เป็นยอดที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน178ล้านบาท
กำไรที่ลดลงเกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี จากการที่ กลุ่มมี“รายได้โฆษณา”ลดลงในไตรมาสแรกของปี
จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจมหภาคโดยรวม และจากการปรับเพิ่มขึ้นของ“ต้นทุน” จากการขยายช่วง
เวลาไพร์ม และการเปลี่ยนแปลงผังรายการที่เพิ่มรายการที่ผลิตในประเทศมากขึ้น และจากการที่
“ค่าใช้จ่าย”เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี จากกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับ
“การฉลองครบรอบ39ปีของการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3”  อีกทั้ง“รายได้จากการให้
ใช้สิทธิและ บริการอื่น”และ“รายได้จากดอกเบี้ยรับ”ลดลงจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ แม้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์
ปรับฟื้นตัวมีกำไรเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อนได้ต่อเนื่องตลอดครึ่งหลังของปี ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้
จ่ายได้ปรับลดลง แต่กำไรที่เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังนี้ก็ยังไม่สามารถกลบส่วนที่ต่ำกว่าปีก่อนในครึ่งแรก
ของปีได้ทั้งหมด  จึงทำให้ กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร และ ยอดกำไรสุทธิ ต่ำกว่าปีก่อนดังที่กล่าว

รายได้จากการขาย
“รายได้จากการขายเวลาโฆษณา”ของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในปี2552 ทำได้สูงขึ้นร้อยละ2.2 เป็นยอดที่ดี
ขึ้นสูงกว่าปีก่อน178ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และการเปลี่ยนแปลงผังรายการที่ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ค่าเวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่“รายได้
จากการให้ใช้สิทธิและบริการอื่น”กลับทำได้ลดลงกว่าที่เคยทำได้ในปีก่อนจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ
ส่วน“รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์”นั้น แม้จำนวนกิจกรรมได้ปรับลดลงแต่ก็มีรายได้เพิ่ม
ขึ้นจากปีก่อนได้อีกเล็กน้อย จากจุดแข็งและชื่อเสียงของกลุ่มในด้านนี้แม้ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้อ
อีกทั้งเรามีกำไรขั้นต้นในปี2552นี้ป็นยอดที่สูงกว่ายอดของปีก่อนอีกด้วย

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
“ต้นทุนให้บริการ” เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ12.6 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนรายการ จากการปรับ
ผังรายการเพิ่มรายการใหม่ขยายเวลาที่ใช้นำเสนอรายการในประเทศที่ผลิตในกลุ่มเองมากขึ้น และ
การปรับขยายเวลาบางรายการในช่วงเวลาไพร์ม ซึ่งต่างก็เป็นการเพิ่มโอกาสของกลุ่มในการสร้างรายได้
และกำไรให้สูงขึ้นในระยะยาวด้วย ส่วน“ต้นทุนการจัดการแสดง”นั้นก็ลดลงตามตามจำนวนกิจกรรมที่ปรับ
ลดลง ในส่วนของ“ค่าใช้จ่ายในการขาย”-ที่ลดลงร้อยละ4.5 นั้นก็เป็นเพราะการปรับสัดส่วน(Products Mix)
ของยอดขาย ส่วน“ค่าใช้จ่ายในการบริหาร”-ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ13.4 นั้นส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นใน
ช่วงครึ่งแรกของปี จากกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับ“การฉลองครบรอบ39ปีของ
การดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3” อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับปกติ
ตลอดในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายของ บีอีซี เวิลด์ ได้
เป็นอย่างดี

ฐานะการเงิน
“สินทรัพย์”โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2551 ส่วนใหญ่เกิดจากการ ที่หนี้สิน
ลดลงตามภาระภาษีที่ลดลงตามการลดลงของกำไร และการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่ได้ จัดสรรจาก
กำไร หลังการจ่ายเงินปันผล “สินทรัพย์”ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ที่เพิ่มตามการขายที่ดีขึ้นในช่วงท้าย
ปี และ ค่าสิทธิ/ต้นทุนรายการที่จ่ายล่วงหน้าและได้แสดงอยู่ในสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น “หนี้สิน”ที่ลดลง
ส่วนใหญ่เป็น ภาระภาษีที่ลดลงตามกำไร แม้หนี้สินหมุนเวียนอื่นที่เป็นเจ้าหนี้จากการจัดซื้ออุปกรณ์ใน
ช่วงท้ายปีเพิ่มขึ้นก็ตาม “ส่วนของผู้ถือหุ้น”ก็เพิ่มขึ้นจากยอดเมื่อปลายปีก่อนตามกำไรที่ยังไม่ได้จัดสรร
หลังการจ่ายเงินปันผล กลุ่มบีอีซี เวิลด์ยังคงมีฐานะการเงินที่มั่งคงเช่นเคย

 


 

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำกำไรในไตรมาส3 ปีนี้ได้มากขึ้น
สูงกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อน กว่า153 ล้านบาท

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำกำไรในไตรมาส3ปีนี้ได้มากขึ้น สูงกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อน กว่า153 ล้านบาท
สูงขึ้นร้อยละ25.6 เป็นยอดกำไรสุทธิ-ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น บีอีซี เวิลด์ จำนวน752ล้านบาท โดยที่เรามี
รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้นร้อยละ1.6 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม และมีกำไรจากการจัดการแสดง/การ
แข่งขันเพิ่ม ขึ้น แต่ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายกลับลดลงต่ำกว่าไตรมาสก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
มาจากกิจกรรมต่างๆ ในวาระครบรอบ39 ปี ของการดำเนินการสถานี โทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 และจาก
การที่เราสามารถเรียกเก็บหนี้ที่ได้ตั้งค่าเผื่อฯไว้แล้วทั้งจำนวนในปีก่อนได้ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส
เดียวกันนี้ของปีก่อน เรามีรายได้โฆษณาโตขึ้นสูงกว่าปีก่อน ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน และทำได้ในอัตรา
ที่สูงกว่าที่ทำได้ในไตรมาสก่อนด้วย แต่รายได้จากการให้ใช้สิทธิ รายได้จากการให้บริการอื่น และรายได้
อื่น ทำได้ไม่ดีเท่าปีก่อน อีกทั้งต้นทุนการให้บริการก็เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายเวลาไพร์มเพิ่ม จึงทำให้
กำไรสุทธิที่ทำได้ในปีนี้สูงกว่าที่เคยได้ในปีก่อนไม่มากนัก เพียง16ล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ2.3

คำอธิบายงบการเงินรวม ไตรมาส 3 ปี 2552

ภาวะอุตสาหกรรม
เนลสัน มีเดียรีเสริทช์ ได้รายงานว่า อตุสาหกรรมได้เริ่มปรับฟื้นดีขึ้นกว่าปีก่อนอีกครั้ง ตั้งแต่ต้นไตร
มาส3 โดยได้รายงานว่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์โตสูงขึ้นกว่าปีก่อน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และ
ดีขึ้นในอัตราที่สูงขึ้น ต่อเนื่องกันมาทุกเดือนตลอดทั้งไตรมาส จนสามารถกลบยอดที่ตกต่ำในไตรมาส
ก่อนได้แล้ว ทำให้ไตรมาส3กลับเป็นไตรมาสที่โตกว่าไตรมาสก่อนได้อีกครั้งหนึ่ง แม้โดยปกติไตรมาส
2 มักจะเป็นไตรมาสที่ดีกว่าก็ตาม และเมื่อพิจารณารายงานของเนลสันฯในรายละเอียด ก็เห็นได้ชัดว่า
มีผู้โฆษณาหลายกลุ่ม/หลายราย ทั้งรายใหญ่ๆและรายกลางๆ ที่ได้เพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทร-
ทัศน์มากขึ้นกว่าไตรมาสก่อนและมากขึ้นกว่าปีก่อนมาก ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดถึงการฟื้นตัวของอุตสาห-
กรรม ความหลากหลาย ความมั่นคง และโอกาสที่อุตสาหกรรมจะเติบโตต่อไปได้เป็นอย่างดีอีกเช่นเคย

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในช่วงไตรมาส3ของปี 2552 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่มอย่างเป็นสาระสำคัญ

ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการนโยบายบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี "เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม" มีผลทำ
ให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
ดังนั้นเพื่อป้องกันความสับสนขออธิบายผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำกำไรในไตรมาส3ปีนี้ได้มากขึ้น สูงกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อน กว่า153 ล้านบาท
สูงขึ้นร้อยละ25.6 เป็นยอดกำไรสุทธิ-ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น บีอีซี เวิลด์ จำนวน752ล้านบาท โดยที่เรามี
รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้นร้อยละ1.6 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม และมีกำไรจากการจัดการแสดง/การ
แข่งขันเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายกลับลดลงต่ำกว่าไตรมาสก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมา
จากกิจกรรมต่างๆ ในวาระครบรอบ39ปีของการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 และจากการที่
เราสามารถเรียกเก็บหนี้ที่ได้ตั้งค่าเผื่อฯไว้แล้วทั้งจำนวนในปีก่อนได้ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียว
กันนี้ของปีก่อน เรามีรายได้โฆษณาโตขึ้นสูงกว่าปีก่อนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน และทำได้ในอัตราที่สูง
กว่าที่ทำได้ในไตรมาสก่อนด้วย แต่รายได้จากการให้ใช้สิทธิ รายได้จากการให้บริการอื่น และรายได้
อื่น ทำได้ไม่ดีเท่าปีก่อน อีกทั้งต้นทุนการให้บริการก็เพิ่มขึ้นจากการลงทุนขยายเวลาไพร์มเพิ่ม จึงทำ
ให้กำไรสุทธิที่ทำได้ในปีนี้สูงกว่าที่เคยได้ในปีก่อนไม่มากนัก เพียง16ล้านบาท สูงขึ้นร้อยละ2.3

รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาส3ปีนี้ทำได้สูงกว่าไตรมาสก่อนกว่าร้อย
ละ1.6 เป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ไตรมาส3ดีกว่าไตรมาส2 ซึ่งปกติไตรมาส2มักจะเป็นไตรมาสที่ดีกว่า
และก็ยังเติบโตสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนได้อีกร้อยละ2.8 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ประ-
กอบกับเราปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา และเราได้ปรับสลับขยับรายการขยายช่วงไพร์มไทม์อีกด้วย
รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้น ก็เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่เคยทำได้ทั้งไตรมาสก่อนที่ต้องลดจำ-
นวนการจัดการแสดงลงตามภาวะการระบาดของโรคไข้หวัด และทำได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ด้วยเช่นกัน แม้การจัดการแข่งขันเทนนิสในปีนี้นั้นไปจบในไตรมาส4ก็ตาม ส่วนรายได้จากการให้ใช้
สิทธิและการให้บริการอื่น ก็ยังลดลงตามภาวะฤดูกาล และปัญหาภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและใน
ต่างประเทศ

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในไตรมาส3 ปีนี้ ล้วนลดลง ทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียว
กันนี้ของปีก่อน เว้นแต่ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการปรับผังรายการ การขยาย
เวลาช่วงไพร์มไทม์ และจากการขยายเวลาที่ใช้นำเสนอรายการที่ผลิตในกลุ่มเองมากขึ้นกว่าเดิม ค่าใช้
จ่ายในการบริหารนั้น ลดลงจากไตรมาสก่อน ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากกิจกรรมในวาระครบรอบ 39 ปี ของ
การดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3และผลขาดทุนใน"เวอร์จิ้นฯ"นั้นก็ลดลง เมื่อเปรียบเทียบ
กับปีก่อน ก็ลดลงจากการที่เราสามารถเรียกเก็บหนี้ที่ได้ตั้งค่าเผื่อฯไว้แล้วทั้งจำนวนในปีก่อนนั้นได้
เป็นหลัก

ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวม ณ สิ้นไตรมาส3 ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2551 โดยที่เงินสด, รายการ
เทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราวได้ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผลประจำปีและภาษีเงินได้ประจำปี
ของปีก่อนในไตรมาส2 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและภาษีเงินได้กลางปีในระหว่างไตรมาส3
ซึ่งมีผลให้หนี้สินลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อนด้วยเช่นกัน ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย หลังจากได้
จ่ายเงินปันผลสองก้อนใหญ่ดังที่กล่าวถึง แต่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ยังมีฐานะมั่งคงเช่นเคย


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี 2552
มากขึ้นกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อนร้อยละ10

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำกำไรในไตรมาสสองปีนี้ได้มากขึ้นกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อนร้อยละ10 เป็นยอด
กำไรสุทธิ-ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบีอีซี เวิลด์ จำนวน599 ล้านบาท แม้ว่าเรามีรายได้โฆษณาเพิ่มขึ้นมาก
กว่าร้อยละ15 จากการฟื้นตัวจากภาวะซบเซาในไตรมาสแรก อีกทั้งมีผู้โฆษณาหลายรายได้เพิ่มการใช้
เงินกับเรามากขึ้นในอัตราที่สูง แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายก็โตตามขึ้นมาด้วย อีกทั้งยังมีรายการบริจาค
การกุศลในวาระครบรอบ39 ปี ของการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จึงทำให้การเติบโตของ
กำไรทำได้ไม่ดีเท่าการเติบโตของรายได้ดั่งที่เคยเป็นตามปกติ และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียว
กันนี้ของปีก่อน ก็ยิ่งเห็นผลกระทบของการเติบโตของต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้เด่นชัดขึ้น เนื่องจากราย
ได้โฆษณาที่ทำได้ในปีนี้นั้นโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย และกำไรขั้นต้นจากการจัดการแสดงก็
ลดลงมาก อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น บางส่วนไม่อาจจะนำมาหักในการคำนวนภาระภาษีเงินได้ได้
เต็มทั้งจำนวน จึงมีส่วนให้ภาระภาษีของกลุ่มในปีนี้อยู่ในอัตราที่สูงกว่าปีก่อนด้วย จึงทำให้กำไรสุทธิที่
ทำได้ในปีนี้ลดลงจากตัวเลขเดิมที่ทำได้ในปีก่อนมาก

คำอธิบายงบการเงินรวม ไตรมาส 2 ปี 2552

ภาวะอุตสาหกรรม

เนลสัน มีเดียรีเสริทช์ ได้รายงานว่า ภาวะอตุสาหกรรมที่ดีกว่าปีก่อน มาตั้งแต่ต้นปีนั้น ได้ปรับตัวลดต่ำ
ลง ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 โดยที่เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ได้ลดลงต่ำกว่าปีก่อน ตั้งแต่เดือนเมษายน
และติดลบต่ำกว่าที่เคยเป็นในปีก่อน ต่อเนื่องกันตลอดทั้งไตรมาส แม้จะยังปรับตัวดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นใน
ไตรมาสก่อน ซึ่งก็เป็นปกติที่ไตรมาส2เป็นไตรมาสที่ดีของปี โดยที่เนลสันฯได้รายงานด้วยว่า ได้พบการ
ใช้เงินในช่องหลักช่องหนึ่งลดลงมากผิดปกติ อันเป็นผลทำให้"ช่อง3"กลับมาเป็นช่องที่มีส่วนแบ่งตลาด
ในเม็ดเงินโฆษณาสูงสุด ในอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง ตลอดครึ่งแรกของปีนี้ และเมื่อพิจารณาในรายละ-
เอียด ก็เห็นได้ชัดว่าแม้โดยรวมอุตสาหกรรมจะหดตัวลง แต่พฤติกรรมของผู้โฆษณาไม่ได้เปลี่ยนแปลง
ไปในทางเดียวกัน มีผู้โฆษณาหลายกลุ่ม/หลายราย ทั้งรายใหญ่ๆและรายกลางๆที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษ
ณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นกว่าปีก่อน และมีหลายรายที่ใช้เงินโฆษณาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20 ของปี
ก่อนด้วย ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดถึงความหลากหลาย ความมั่นคง และโอกาสที่อุตสาหกรรมจะเติบโตได้เป็น
อย่างดีอีกเช่นเคย

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในช่วงไตรมาสสองของปี2552 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่มอย่างเป็น
สาระสำคัญ นอกจากการที่ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท บีอีซี-เทโรอาร์เซนอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่าง
หยุดการดำเนินงานที่บมจ. บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ ("บีอีซี-เทโรฯ") บริษัทย่อยของ"บีอีซี เวิลด์"
เคยถือหุ้นอยู่ร้อยละ99.99ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด เป็นบริษัท บีอีซี-เทโร คอมคอม จำกัด และได้จำ-
หน่ายหุ้นร้อยละ49ให้แก่บุคคลภายนอก แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก10ล้านบาทเพิ่มเป็น28ล้านบาท ซึ่ง
ได้รับชำระเต็มจำนวนแล้ว โดยที่ผู้ถือหุ้นต่างก็ร่วมเพิ่มทุนตามสัดส่วน ซึ่งยังคงมีสภาพเป็นบริษัทย่อย
ที่"บีอีซี-เทโรฯ"ยังถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงอยู่ร้อยละ51 และอยู่ในระหว่างการเตรียมการเข้าดำเนิน
งานในธุรกิจใหม่ โดยเป็นการขายโฆษณาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี"เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม" มีผลทำให้
ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม ดัง
นั้นเพื่อป้องกันความสับสน ขออธิบายผลการดำเนินงานตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำกำไรในไตรมาสสองปีนี้ได้มากขึ้นกว่าที่เคยทำได้ในไตรมาสก่อนร้อยละ10 เป็นยอด
กำไรสุทธิ-ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบีอีซี เวิลด์ จำนวน599ล้านบาท แม้ว่าเรามีรายได้โฆษณาเพิ่มขึ้นมาก
กว่าร้อยละ15 จากการฟื้นตัวจากภาวะซบเซาในไตรมาสแรก อีกทั้งมีผู้โฆษณาหลายรายได้เพิ่มการใช้
เงินกับเรามากขึ้นในอัตราที่สูง แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายก็โตตามขึ้นมาด้วย อีกทั้งยังมีรายการบริจาคการ
กุศลในวาระครบรอบ39ปีของการดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 จึงทำให้การเติบโตของกำไร
ทำได้ไม่ดีเท่าการเติบโตของรายได้ ดั่งที่เคยเป็นตามปกติ และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันนี้
ของปีก่อน ก็ยิ่งเห็นผลกระทบของการเติบโตของต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้เด่นชัดขึ้น เนื่องจากรายได้
โฆษณาที่ทำได้ในปีนี้นั้นโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย และกำไรขั้นต้นจากการจัดการแสดงก็ลด
ลงมาก อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น บางส่วนไม่อาจจะนำมาหักในการคำนวณภาระภาษีเงินได้ ได้เต็ม
ทั้งจำนวน จึงมีส่วนให้ภาระภาษีของกลุ่มในปีนี้อยู่ในอัตราที่สูงกว่าปีก่อนด้วย จึงทำให้กำไรสุทธิที่ทำได้
ในปีนี้ลดลงจากตัวเลขเดิมที่ทำได้ในปีก่อนมาก

รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสองปีนี้ทำได้สูงกว่าไตรมาสก่อนกว่า
ร้อยละ15 และก็ยังเติบโตสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนได้อีกเล็กน้อย ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตรา
ที่ดีกว่าอุตสาหกรรม จากการฟื้นตัวจากภาวะซบเซาในไตรมาสแรก อีกทั้งมีผู้โฆษณาหลายรายได้เพิ่ม
การใช้เงินกับเรามากขึ้นในอัตราที่สูง ประกอบกับเราได้ปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา และได้ปรับ
สลับขยับรายการขยายช่วงไพร์มไทม์อีกด้วย ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นกลับ
ลดต่ำลงมา จากที่เคยทำได้ทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการลดจำนวนการจัด
การแสดงลงในไตรมาสสองของปีนี้ ตามภาวะการระบาดของโรคไข้หวัด

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในไตรมาส2ปีนี้ ล้วนเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียว
กันนี้ของปีก่อน ต้นทุนให้บริการเพิ่มขึ้นเนื่องจากการปรับผังรายการ การขยายช่วงไพร์มไทม์ และจาก
การขยายเวลาที่นำเสนอรายการที่ผลิตในกลุ่มเองมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลด
ลงตามรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายก็เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และกิจกรรมการตลาดที่ดำเนินการ
มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารนั้นก็เพิ่มขึ้นจากการบริจาคการกุศล ในวาระครบรอบ 39ปีของการดำ-
เนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และการรับรู้ผลขาดทุนใน"เวอร์จิ้นฯ"ในรูปของค่าใช้จ่ายการ
บริหารด้วย (ปีก่อนรับรู้ผลนี้ส่วนหนึ่งในฐานะส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนของบริษัทร่วม) เป็นหลัก

ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2551 โดยที่เงินสด,รายการเทียบเท่าเงินสดและ
เงินลงทุนชั่วคราวได้ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผลประจำปีก้อนใหญ่ในระหว่างไตรมาส หนี้สินเพิ่มขึ้นจาก
ยอดเมื่อปลายปีก่อน จากยอดเงินรับจากการขายบัตรแทนคู่สัญญา และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ที่เป็นจำนวน
สูงขึ้นเมื่อสิ้นไตรมาส ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย หลังจากได้จ่ายเงินปันผลก้อนใหญ่ในระหว่างไตร-
มาส กลุ่มบีอีซี เวิลด์มีฐานะมั่งคงเช่นเคย


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปี2552
เท่ากับ 544 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสก่อนร้อยละ25


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปี2552 เท่ากับ 544 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสก่อนร้อยละ25
เท่ากับลดลง177ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน "บีอีซี"ก็ยังมีกำไรลดลงต่ำ
กว่าปีก่อนอีกร้อยละ19 เท่ากับลดลง126ล้านบาท จากรายได้จากการขายเวลาโฆษณาที่ลดลง จากกำไร
จากการจัดการแสดงที่ลดลง และจากรายได้บริการอื่น และรายได้อื่น-โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยรับ-ที่ลด
ลงตามภาวะถด ถอยของเศรษฐกิจมหภาค ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มรายการใหม่และปรับ
ขยายเพิ่มเวลาของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นการสร้างโอกาสในการทำรายได้ให้เพิ่มขึ้น-แต่
ก็ยังรอผลบวกนั้นอยู่ แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากไตรมาสก่อน (แต่ก็
เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจากการปรับเพิ่มประจำปี) ซึ่งส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการที่"บีอีซี"
มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติในช่วงไตรมาสท้ายของปีเป็นปกติก็ตามแต่การลดลงของค่าใช้จ่ายนั้นไม่อาจจะ
ช่วยรักษาระดับกำไรของ"บีอีซี" การลดลงของรายได้จากการขายเวลาโฆษณาจึงมีผลทำให้กำไรลดลง



คำอธิบายงบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 1 ปี 2552

ภาวะอุตสาหกรรม

ในไตรมาสแรกของปีนี้ เนลสัน มีเดีย รีเสริทช์(เนลสันฯ)ได้รายงานว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์
ลดต่ำลงจากยอดที่เคยใช้ในไตรมาสก่อนถึงร้อยละ8 ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นปกติของการเปรียบเทียบไตรมาส
ท้ายปี (ซึ่งเป็นช่วง"ไฮ-ซีซั่น") กับไตรมาสต้นปี (ซึ่งเป็นช่วง"โล-ซีซั่น") แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผลของภาวะ
ถดถอยของเศรษฐกิจมหภาค ที่กระทบต่อพฤติกรรมของผู้โฆษณาบาง ส่วนโดยเฉพาะผู้โฆษณารายเล็ก
แต่เนลสันฯก็ยังได้รายงานว่า นั่นเป็นยอดที่สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ2 จากฐานที่ต่ำกว่า
ปกติในเดือนมกราคมของปี2551จากการไว้ทุกข์ให้แก่สมเด็จพระพี่นางฯที่ทำให้เห็นโฆษณาน้อยลง แต่
เนลสันฯก็ได้รายงานด้วยว่า มีผู้โฆษณาหลายรายที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในอัตราสูง
และมีผู้โฆษณารายใหม่เข้ามาสู่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นจุดเริ่มของช่วง"ไฮ-ซีซั่น"
อันเป็นเหตุให้มีการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้นจากเดือนก่อนเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้
รายงานว่าลดลงต่ำกว่าเดือนก่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน ทำให้แนวโน้มของอุตสาห-
กรรมปรับดีขึ้น


โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในช่วงไตรมาสแรกของปี2552 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่มอย่างเป็น
สาระสำคัญ นอกจาก การที่ได้ขายเงินลงทุนร้อยละ40ใน "บีอีซี-เทโร เอ็กซ์ซิบิชั่นส์" ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่
ในระหว่างหยุดการดำเนินงาน ที่"บีอีซี-เทโรฯ"บริษัทย่อยของ "บีอีซี เวิลด์" เคยถือหุ้นอยู่ร้อยละ99.99
ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดให้แก่บุคคลภายนอก แล้วเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น10ล้านบาทและได้รับชำระ
เต็มจำนวน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "บริษัท แฮฟเอกู๊ดดรีม จำกัด" แต่ก็ยังคงมีสภาพเป็นบริษัทย่อยที่
"บีอีซี-เทโรฯ"ยังถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงอยู่ร้อยละ60 และได้เริ่มดำเนินงานใหม่แล้ว โดยเป็นการ
จัดรายการแข่งขันแสดงความสามารถทางโทรทัศน์


ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากนโยบายบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม มีผลทำให้ผล
การดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม ดังนั้น
เพื่อป้องกันความสับสน ขออธิบายผลการดำเนินงานตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปี2552 เท่ากับ 544ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสก่อนร้อยละ25
เท่ากับลดลง177ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน "บีอีซี"ก็ยังมีกำไรลดลงต่ำ
กว่าปีก่อนอีกร้อยละ19 เท่ากับลดลง126ล้านบาท จากรายได้จากการขายเวลาโฆษณาที่ลดลง จากกำไร
จากการจัดการแสดงที่ลดลง และจากรายได้บริการอื่นและรายได้อื่น-โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยรับ-ที่ลด
ลงตามภาวะถดถอยของเศรษฐกิจมหภาค ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มรายการใหม่และปรับขยาย
เพิ่มเวลาของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นการสร้างโอกาสในการทำรายได้ให้เพิ่มขึ้น-แต่ก็ยัง
รอผลบวกนั้นอยู่ แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากไตรมาสก่อน (แต่ก็เพิ่ม
ขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจากการปรับเพิ่มประจำปี) ซึ่งส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการที่"บีอีซี"มีค่า
ใช้จ่ายสูงกว่าปกติในช่วงไตรมาสท้ายของปีเป็นปกติก็ตาม แต่การลดลงของค่าใช้ จ่ายนั้นไม่อาจจะช่วย
รักษาระดับกำไรของ"บีอีซี" การลดลงของรายได้จากการขายเวลาโฆษณาจึงมีผลทำให้กำไรลดลง


รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสแรกปีนี้ ทำได้ต่ำกว่าไตรมาสก่อนร้อยละ
13 ส่วนหนึ่งเป็นไปตามปกติที่การโฆษณามักจะลดต่ำลงในช่วงต้นปี และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้โฆษ
ณารายเล็กๆได้หยุดการใช้เงินในช่วงต้นปีนี้จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งก็มีผลทำให้รายได้จาก
การขายโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ก็ยังลดลงต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ4ด้วย จากการที่
อัตราการใช้เวลาโฆษณาโดยรวมทำได้ต่ำกว่าปีก่อน แม้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์จะยังสามารถปรับราคาขึ้นได้ใน
บางช่วงเวลาก็ตาม ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและการแสดงก็ลดลง ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนการแสดงที่ลดลงในปีนี้ ตามภาวะสถานะการณ์ของประเทศ
ที่ตกต่ำลงในสายตาของชาวต่างชาติ แม้ปีนี้เราก็ยังมีการแสดงของ"ดิสนี่ย์ออนไอซ์"ในเดือนมีนาคม
เช่นเดียวกับปีก่อน แต่จำนวนรอบการแสดงก็ได้ลดลง ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกันอย่างนี้ทั้งอุตสาหกรรม
อันเป็นเหตุทำให้รายได้จากบริการอื่น เช่นบริการขายบัตรเข้าชมรายการแสดงต่างๆ ก็ได้ลดต่ำลงด้วย


ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย(ร้อยละ3)เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และก็เพิ่มขึ้นร้อยละ12เมื่อเปรียบ
เทียบกับไตรมาสเดียวกันนี้ของปีก่อน จากการปรับผังรายการเพิ่มรายการใหม่และปรับขยายเพิ่มเวลา
ของรายการที่มีต้นทุนสูงเพิ่มขึ้นซึ่งก็เป็นการสร้างโอกาสในการทำรายได้ให้เพิ่มขึ้น ในส่วน ค่าใช้จ่าย
นั้น ได้ลดลงมากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้ เนื่องมาจาก"บีอีซี"มีค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่สูงกว่า
ปกติในไตรมาสก่อนซึ่งเป็นไตรมาสท้ายของปี แต่ก็ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันนี้ของปี
ก่อนตามการปรับอัตราต่างๆในช่วงต้นปี


ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2551 โดยที่เงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวได้
เพิ่มขึ้นตามผลกำไรและการเก็บหนี้ได้บางส่วน อันมีผลทำให้ลูกหนี้การค้าลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้น จากภาษี
เงินได้ที่เพิ่มขึ้น และการจัดสรรกำไรเป็นเงินปันผลค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากการจัดสรรกำไร
เป็นเงินปันผลดังที่กล่าวแล้ว กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีฐานะมั่งคงเช่นเคย


ขอเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2552
คลิ๊กอ่านรายละเอียด


คำอธิบายงบการเงินรวม สำหรับปี 2551

ภาวะอุตสาหกรรม
จากการแปรเปลี่ยน"ทีไอทีวี" ไปเป็น"ไทย-พีบีเอส"ซึ่งเป็นบริการสาธารณะที่ไม่มีโฆษณา ในช่วงกลาง
มกราคม'51 และโดยที่"เนลสัน มีเดีย รีเสริทช์"ได้เคยรายงานว่า "ทีไอทีวี"มีส่วนแบ่งตลาดในเม็ดเงิน
โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์สูงกว่าร้อยละ15 ในปี'50 จึงเป็นเหตุที่ทำให้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ใน
รายงานของ"เนลสันฯ" ได้ยุบตัวลงจากปีก่อนเกือบทุกเดือนในปี2551 แต่อย่างไรก็ตาม จากฐานที่ต่ำ
กว่าปกติในช่วงไตรมาส2ในปี2550 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการเปลี่ยนแปลงจาก"ไอ-ทีวี" ไปเป็น
"ทีไอทีวี" (ซึ่งทำให้"ทีไอทีวี"มีส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสนั้นต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของปี) อุตสาหกรรมจึงยัง
มีการเติบโตจากปีก่อนในช่วงไตรมาสนั้นและเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี'51แต่ในรายงานของ"เนลสันฯ
ก็แสดงว่าอุตสาหกรรมยุบตัวลงจากปีก่อนเพียงร้อยละ4.4 จึงมีผลทำให้ทุกช่อง ยกเว้น"ที-ไอทีวี/ที-พีบี
เอส" มีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนทั้งสิ้น โดยที่ "ช่อง11" ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า"เอ็นบีที"มีอัตราการเติบโตดี
ขึ้นสูงกว่าใครอื่น ซึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำ-จากข้อจำกัดในการรับโฆษณาที่มีมาแต่เดิม และ จากการที่
"ช่อง11"ได้ถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิกยาวนานกว่าเครือข่ายอื่นๆ แต่เมื่อพิจารณารายงานของ"เนล
สันฯ"ในรายละเอียด ก็เห็นได้ชัดว่า ผู้โฆษณาไม่ได้ยุบตัวไปในทางเดียวกัน นอกจากผู้ที่เคยเป็นผู้
โฆษณารายใหญ่ของ"ที-ไอทีวี"ซึ่งกลับมาเป็นผู้โฆษณาที่ใช้เงินลดลงในปี'51 ยังมีผู้โฆษณาหลายกลุ่ม
สินค้า/หลายราย ทั้งรายใหญ่ๆและรายกลางๆ ที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์สูงขึ้นกว่าปี
ก่อน และ มีหลายรายที่ใช้เงินโฆษณาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน อีกทั้งยังมีผู้โฆษณารายใหม่
เพิ่มเข้ามาอีกมากราย ทำให้ผู้โฆษณาส่วนใหญ่มีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมลดลง แสดงให้เห็นได้ชัด ถึง
ความหลากหลาย, ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของการเติบโตของอุตสาหกรรม อันเป็นเหตุให้ทั้ง"ช่อง3"
และเครือข่ายอื่น สามารถปรับอัตราราคาเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลามาตั้งแต่ช่วงต้นปี2551
และอีกรอบในช่วงกลางไตรมาส2 ก่อนที่ข่าวร้ายทั้งจากภายนอกและภายใน ประเทศจะมีผลลบต่อ
เศรษฐกิจมหภาค จนทำให้อุตสาหกรรมได้ยุบตัวจากเดือนก่อนต่อ เนื่องกันใน2เดือนสุดท้ายของปี
แต่ก็ยังเป็นอัตราการยุบตัวลงในอัตราที่ต่ำ

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์
ในปี2551 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่ม อย่างเป็นสาระสำคัญ นอก
จากการที่ได้ขายเงินลงทุนใน"ธีมสตาร์" บริษัทร่วมที่ได้ขาดทุนมาโดยตลอด ออกไปทั้งหมดในไตร
มาสแรกของปี และการเปลี่ยนประเภทของเงินลงทุนใน"ซีวีดี" จากเดิมที่เป็น"บริษัทร่วม" เป็น "เงิน
ลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย"ในไตรมาสสามของปีเมื่อ"ซีวีดี"ได้เพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นใหม่ลดสัดส่วน
การถือครองของผู้ถือหุ้นเดิมลง และ การจดทะเบียนเลิกบริษัท โมบิ (ไทย) จำกัด และ บริษัท ดิจิตอล
แฟคทอรี่ จำกัด ที่ได้หยุดดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยได้จดทะเบียนเลิกบริษัทดังกล่าวในช่วงท้ายปี

ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี"เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม" มีผลทำให้
ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
ดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน ใคร่ขออธิบายผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิ(ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบีอีซี เวิลด์)ในปี2551 สูงขึ้นกว่าปีก่อนร้อยละ
27.7 มากขึ้น623ล้านบาท เป็นยอดเท่ากับ 2,875ล้านบาท จากการที่บีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่มรายได้
จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้นร้อยละ16.7 เป็นยอดที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน1,172 ล้านบาท จากการปรับ
ราคาขึ้นในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วงไพร์มและช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงผัง
รายการยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย แม้ต้นทุนในการให้บริการและค่าใช้
จ่ายในการขายและการบริหารจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนด้วยเช่นกัน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการ การ
ปรับขยายเวลาในบางช่วงรายการ การถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก และ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในระ
หว่างปี แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี
เวิลด์ มีอัตรากำไร และ ยอดกำไรสุทธิ สูงขึ้นจากปีก่อนมาก

รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในปี2551 ทำได้สูงขึ้นร้อยละ16.7 เป็นยอดที่ดีขึ้น
สูงกว่าปีก่อน1,172 ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา การขยายช่วงไพร์มไทม์ และ
การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ขยายเพื่อรองรับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาด
การณ์ไว้ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงผังรายการยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นลดลงจากปีก่อนตามจำนวนกิจกรรมที่ปรับลดลงและ
ตามการสนับสนุนที่ได้รับน้อยลงโดยเฉพาะการจัดการแข่งขันเทนนิสอาชีพระดับโลก ที่จัดขึ้นเป็นประ
จำในไตรมาส3ของปี แต่ในปี2551นี้เรามีรายได้จากการจัดการแข่งขันที่ว่านั้นได้น้อยลงจากที่เคยทำ
ได้ในปีก่อน จึงทำให้ผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขันนี้เป็นยอดที่สูงกว่ายอดของปีก่อน

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนให้บริการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียงร้อยละ4.2 แม้จะมีการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก การปรับ
ผังรายการเพิ่มรายการใหม่ การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ได้ขยายเพื่อรับความต้องการเวลาโฆษ
ณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ การปรับขยายรายการบางช่วงในเวลาพร์มไทม์-ซึ่งก็เป็นการ
เพิ่มโอกาศในการสร้างรายได้และกำไรให้สูงขึ้นด้วย ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลดลงตามตาม
จำนวนกิจกรรมที่ปรับลดลง ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขาย-ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ13.4 ก็เป็นการโตขึ้นตาม
ยอดขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร-ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ2.2 นั้นได้รับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่เกิดจากการ
จัดการแข่งขันเทนนิสในปีก่อนๆที่ยังคงค้างอยู่นานในรูป"ค่าเผื่อสำหรับหนี้ที่สงสัยจะสูญ" ที่ทำให้ค่าใช้
จ่ายสูงขึ้นเป็นพิเศษในไตรมาส3 ปีนี้ด้วยแล้ว โดยรวมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
จากปีก่อนพียงร้อยละ2.4 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของ บีอีซี
เวิลด์ ได้เป็นอย่างดี แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นมากในระหว่างปี

ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2550 โดยที่เงินสด,รายการเทียบเท่าเงิน
สดและเงินลงทุนชั่วคราวเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของผลกำไร เงินลงทุนในบริษัทร่วมนั้นได้ถูกจัดประ
เภทใหม่เป็นเงินลงทุนระยะยาวในหลักทรัพย์เผื่อขาย, เมื่ออำนาจควบคุมของเราลดลง, แสดงมูลค่า
ตามราคาตลาด โดยที่กำไรจากการแปลงมูลค่าเงินลงทุนดังที่กล่าวและการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาด
ได้แสดงไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน หนี้สินลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อน
เล็กน้อยแม้ภาระภาษีเพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นก็เพิ่มขึ้นจากยอดเมื่อปลายปีก่อนตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
เช่นกัน กลุ่มบีอีซี เวิลด์ยังมีฐานะมั่งคงเช่นเคย


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี 2551
ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735 ล้านบาท

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี 2551 ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735 ล้าน
บาท แม้จะมีกำไรจากธุรกิจหลักได้สูงกว่าไตรมาสก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขันเทนนิส และจากการรับรู้ความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขันในปีก่อนๆที่ยังคงค้าง
อยู่นาน แต่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ก็ยังทำกำไรได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยดีขึ้น22% เท่ากับ131
ล้านบาท จากการที่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น15% เป็นยอด
ที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน272ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย

ในขณะที่ต้นทุนในการให้บริการที่แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการ การปรับขยาย
เวลาในบางช่วงรายการ และการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก ดังที่กล่าว แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำ
กว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เพิ่มขึ้นมากในไตรมาสนี้ จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่คง
ค้างนาน แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมาก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร และยอดกำไรสุทธิ สูงขึ้นจาก
ปีก่อนได้มาก ดังที่ได้อธิบายในคำอธิบายงบการเงินรวมที่ได้แนบมาด้วยพร้อมนี้

คำอธิบายงบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 3 ปี 2551
ภาวะอุตสาหกรรม

เนลสัน มีเดีย รีเสริทช์ ได้รายงานว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ได้ลดลง ต่อเนื่องกันมาตลอดทุก
เดือน ในไตรมาส3ปีนี้ ทำให้ทั้งไตรมาสลดลงจากไตรมาสก่อนมากกว่า6% แม้ในปีนี้มีการถ่ายทอดการ
แข่งขันโอลิมปิก โดยที่มีแต่เฉพาะ "ช่อง3" และ"ช่อง11 (ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า"เอ็นบีที"ซึ่งถ่ายทอดโอลิมปิก
ยาวนานกว่าช่องอื่นๆ)" ที่มีอัตราการเติบโตดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อน ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการที่"ช่อง3"ได้
ปรับอัตราราคาเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลาตั้งแต่กลางไตรมาสก่อน และเมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมได้ลดลงเกือบ9% โดยที่ทุกช่อง ยกเว้น"ที-ไอทีวี / ที-พีบีเอส"
มีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนทั้งสิ้น ทั้งนี้เป็นเพราะ เนลสันฯได้รายงานว่าในครึ่งหลังของปีก่อน"ที-ไอทีวี"
ได้โตขึ้นสูงถึง13%(จากฐานในครึ่งแรกของปี) และ"ที-ไอทีวี"มีส่วนแบ่งตลาดในเม็ดเงินโฆษณานี้สูงถึง
กว่า15%ในปีก่อน จึงทำให้ส่วนแบ่งตลาดเม็ดเงินโฆษณาของช่องอื่นๆทุกช่อง โตขึ้นจากปีก่อน และเมื่อ
พิจารณาในรายละเอียดเห็นได้ชัดว่า พฤติกรรมของผู้โฆษณาไม่ได้ลดลงไปในทางเดียวกัน นอกจาก
ผู้ที่เคยเป็นผู้โฆษณารายใหญ่ของ"ที-ไอทีวี" มีผู้โฆษณาหลายราย/หลายกลุ่มสินค้า ทั้งรายใหญ่ๆและ
รายกลางๆ ที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นกว่าปีก่อน และ มีหลายรายที่ใช้เงินโฆษ-
ณาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน เห็นได้ชัดถึงความหลากหลาย, ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของ
การเติบโตของอุตสาหกรรม

ผลการดำเนินงาน

เนื่องจากการนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี "เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม" มีผลทำ
ให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
จึงขออธิบายเฉพาะผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี2551 ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735
ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากธุรกิจหลักได้สูงกว่าไตรมาสก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขัน
เทนนิส และจากการรับรู้ความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขันในปีก่อนๆที่
ยังคงค้างอยู่นาน แต่กลุ่มบริษัทก็ยังทำกำไรได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยดีขึ้น22% เท่ากับ
131ล้านบาท จากการที่บีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น15% เป็น
ยอดที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน272ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วง
ไพร์มและช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย ในขณะที่
ต้นทุนในการให้บริการที่แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการ การปรับขยายเวลา
ในบางช่วงรายการ และการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิกดังที่กล่าว แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า
โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เพิ่มขึ้นมากในไตรมาสนี้ จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่คง
ค้างนาน แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมากนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร และยอดกำไรสุทธิ
สูงขึ้นจากปีก่อนมาก

รายได้จากการขาย

รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสามปีนี้ทำได้ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ใน
ไตรมาสก่อน และก็ยังเติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนสูงถึง15% จากการปรับราคาขึ้นได้อีกใน
บางช่วงเวลา การขยายช่วงไพร์มไทม์ และการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ขยายเพื่อรองรับความต้อง
การเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้น
อีกด้วย ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นเพิ่มสูงขึ้นมากจากไตรมาสก่อนจากจำนวน
กิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันเทนนิสอาชีพระดับโลก ที่จัดขึ้นเป็นประจำในไตร
มาส3ของปี แต่ปีนี้เรามีรายได้จากการจัดการแข่งขันที่ว่านั้นได้น้อยลงจากที่เคยทำได้ในปีก่อน จึงทำให้
ผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขันนี้เป็นยอดที่สูงกว่ายอดของปีก่อน

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย

ต้นทุนให้บริการ ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ในไตรมาส3ปีนี้มีต้นทุนพิเศษจากการถ่าย
ทอดการแข่งขันโอลิมปิก เนื่องจากต้นทุนรายการประกวดแข่งขันร้องเพลงที่ลดลงตามจำนวนชั่วโมงที่
น้อยกว่ากว่าไตรมาสก่อน และอีกส่วนหนึ่งเกิดจาก ค่าตัดจ่ายค่ารายการที่ลดลง จากจำนวนละครที่ออก
อากาศจบในไตรมาสก่อนมีมากกว่าปกติ แต่ต้นทุนให้บริการก็โตขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจาก
การถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก จากการปรับผังรายการ การขยายช่วงไพร์มไทม์ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอ
กาสในการสร้างรายได้และกำไรให้สูงขึ้น และจากการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ได้ขยายเพื่อรอง
รับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลดลงตาม
รายได้ที่ลดลง และในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารนั้น เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตร-
มาสก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขัน
เทนนิสในปีก่อนๆที่ยังคงค้างอยู่นาน ในรูป"ค่าเผื่อสำหรับหนี้ที่สงสัยจะสูญ" ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวม
สูงขึ้นเป็นพิเศษในไตรมาส3ปีนี้

ฐานะการเงิน

สินทรัพย์โดยรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2550 หลังจากการจ่ายเงินปันผลสอง
ครั้งในปีนี้ เป็นจำนวน2,300ล้านบาท สูงกว่ายอดกำไรสุทธิของสามไตรมาสแรกเล็กน้อย ทำให้ยอดเงิน
สด, รายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวโดยรวมลดลงเล็กน้อย ในไตรมาสนี้,เงินลงทุนใน
บริษัทร่วมแห่งหนึ่งได้ถูกจัดประเภทใหม่เป็นเงินลงทุนระยะยาวในหลักทรัพย์เผื่อขาย, เมื่ออำนาจควบ
คุมของเราลดลง, แสดงมูลค่าตามราคาตลาด โดยที่กำไรจากการแปลงมูลค่าเงินลงทุนดังที่กล่าวได้แสดง
ไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน หนี้สินลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อนหลังการจ่าย
ภาษีเงินได้ประจำปีและภาษีเงินได้กลางปี ส่วนของผู้ถือหุ้นก็ลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อนเช่นกันจาก
การจ่ายเงินปันผลดังที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตาม,กลุ่มบีอีซี เวิลด์ยังมีฐานะมั่งคงเช่นเคย

( 19 สิงหาคม 2551 )
- แจ้งมติคณะกรรมการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกของปี 2551

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี 2551 เท่ากับ 749 ล้านบาท
สูงกว่าไตรมาสก่อน 12% เท่ากับดีขึ้น79 ล้านบาท
และ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน161 ล้านบาท

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี 2551 เท่ากับ 749 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสก่อน12%เท่ากับดี
ขึ้น79 ล้านบาท และ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน161ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นมากกว่า27% จากการที่
บีอีซี เวิลด์ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาสูงขึ้น11%ได้มากกว่าไตรมาสก่อน 201 ล้านบาท
และดีขึ้น23%สูงกว่าปีก่อน392 ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย ในขณะที่ต้นทุนการ
ให้บริการแม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน จากการที่เปลี่ยนแปลงผังรายการและการขยาย
เวลา แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มี
อัตรากำไร และ ยอดกำไรสุทธิ สูงขึ้น ดังที่ได้อธิบายในคำอธิบายงบการเงินรวมที่ได้แนบมาด้วยพร้อมนี้

คำอธิบายงบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 2 ปี 2551
ภาวะอุตสาหกรรม

ภาวะอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวปรับเป็นดีขึ้นกว่าปีก่อนตั้งแต่ต้นไตรมาส2 โดยที่เนลสัน มีเดียรีเสริทช์ ได้
รายงานว่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนตั้งแต่เดือนเมษายน และ ก็ดีขึ้น
ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นต่อเนื่องในเดือนถัดๆมา ตลอดไตรมาส ทำให้ไตรมาส2ปีนี้สูงกว่าไตรมาส
เดียวกันของปีก่อนมากกว่า6% แม้เนลสันฯได้รายงานว่าอุตสาหกรรมโดยรวมไม่มีการเติบโตในครึ่ง
แรกของปี(จากการใช้เงินที่ทรุดลงมากในไตรมาสแรก) แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด เห็นได้ชัดว่า
พฤติกรรมของผู้โฆษณาไม่ได้ลดลงไปในทางเดียวกัน มีผู้โฆษณาหลายกลุ่ม/หลายราย ทั้งรายใหญ่ๆและ
รายกลางๆที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นกว่าปีก่อน และมีหลายรายที่ใช้เงินโฆษณา
เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน เห็นได้ชัดถึงความหลากหลาย, ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของการ
เติบโตของอุตสาหกรรม โดยที่"ช่อง3"มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรม ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเม็ด
เงินโฆษณาของ"ช่อง3"โตขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สูงเพิ่มขึ้นเป็น28%ในครึ่งแรกของปีนี้

ผลการดำเนินงาน

เนื่องจากการนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี"เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม" มีผลทำให้
ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม ดังนั้น
เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน จึงอธิบายผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม ดังนี้


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี2551 เท่ากับ 749ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสก่อน12% เท่ากับดี
ขึ้น79 ล้านบาท และสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 161 ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นมากกว่า 27% จากการที่
บีอีซี เวิลด์ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาสูงขึ้น11% ได้มากกว่าไตรมาสก่อน201ล้านบาท
และดีขึ้น23% สูงกว่าปีก่อน392ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย ในขณะที่ต้นทุนการ
ให้บริการแม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน จากการปรับผังรายการและการขยายเวลา แต่
ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร
และยอดกำไรสุทธิสูงขึ้น

รายได้จากการขาย

รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสองปีนี้ทำได้สูงกว่าไตรมาสก่อน11% และ
ก็ยังเติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนสูงถึง23% จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา การขยาย
ช่วงไพร์มไทม์ และการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ขยายเพื่อรองรับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่ม
ขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนรายได้จาก
การจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นกลับต่ำลงมา จากทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกับปีก่อน จากการ
ลดลงของการจัดการแสดงในไตรมาสสองของปีนี้

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย

ต้นทุนให้บริการ เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการ
ปรับผังรายการ การขยายช่วงไพร์มไทม์ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรให้สูงขึ้น และ
จากการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ได้ขยายเพื่อรองรับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่
คาดการณ์ไว้ ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลดลงตามรายได้ที่ลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริ-
หารนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ฐานะการเงิน

สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี 2550 โดยที่เงินสด,รายการเทียบเท่าเงินสด
และเงินลงทุนชั่วคราวได้เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของผลกำไรแม้จะได้จ่ายเงินปันผลก้อนใหญ่ในระหว่าง
ไตรมาส หนี้สินเป็นยอดใกล้เคียงกับยอดเมื่อปลายปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามกำไรแม้จะได้จ่าย
เงินปันผลก้อนใหญ่ในระหว่างไตรมาส กลุ่มบีอีซี เวิลด์มีฐานะมั่งคงเช่นเคย

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02 2623-635


กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในปี 2550 เท่ากับ 2,252 ล้านบาท
สูงกว่าปีก่อน 609 ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นกว่า 37%

จากการเติบโตของธุรกิจของบีอีซี เวิลด์ ที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสสี่ของปี 2548 สามารถเพิ่มรายได้จาก
การขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น14.9% มากกว่าปีก่อนกว่า908 ล้านบาท จากการเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษ-
ณาขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม และการปรับเพิ่มราคาในบางช่วงเวลา ใน
ขณะที่ต้นทุนการให้บริการไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม แต่ยังกลับลดลงจากปีก่อนจากการที่เปลี่ยนแปลงผังราย-
การลดจำนวนละครลง มีกำไรจากธุรกิจจัดคอนเสิรต์และแสดงโชว์ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไรสูงขึ้น และยังมีอัตราการเติบโต
ของยอดกำไรสุทธิสูงมากอยู่ดี

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02-262-3635


คำอธิบายงบการเงินรวม สำหรับปี 2550
ภาวะอุตสาหกรรม

เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นในช่วงส่งท้ายปี 2549 ทำให้การใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์
ในไตรมาสแรกของปี 2550 ยุบตัวต่ำลงจากยอดที่เคยใช้ในไตรมาสก่อนประมาณ 5% และเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นในช่วงต้นไตรมาส 2 ยิ่งทำให้ภาวะอุตสาหกรรม
ในปี2550 นี้ดูแปลกไป เนลสันฯรายงานว่าไม่มีการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส2 เมื่อเปรียบ
เทียบกับไตรมาสก่อนแม้โดยปกติไตรมาส2 นั้นถือได้ว่าเป็นช่วงที่ดีของปี ซ้ำยังทำให้อุตสาหกรรมยุบ
ตัวต่ำลงมาจากยอดที่เคยใช้ในไตรมาสเดียวกันนี้ของปีก่อนถึง9% แต่อุตสาหกรรมก็ได้ปรับฟื้นมีการ
เติบโตต่อเนื่องกันทุกเดือนตลอดครึ่งหลังของปี ทำให้เห็นการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในไตร-
มาสสามโตขึ้นจากไตรมาสก่อน และการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกใน
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 แม้เนลสันฯได้รายงานว่า-ยูนิลีเวอร์ฯ-ผู้โฆษณารายใหญ่สุดในตลาด ได้ลด
การใช้เงินโฆษณาลงค่อนข้างมากตลอดไตรมาสสุดท้ายของปี แต่อุตสาหกรรมก็ยังมีการเติบโตเป็นยอด
สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร่วม5% ทำให้ยอดรวมของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในปี2550
ทั้งปีเป็นยอด5.35หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอตุสาห-
กรรมโฆษณาโดยรวมที่โตขึ้น2.5% แต่สื่อโทรทัศน์ก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง58% อยู่ดี และเมื่อมองใน
แง่ดี ก็เห็นได้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่กำลังเติบโต นอกจากแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ก็ยังมีความ
หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับอนาคต

โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี เวิลด์

ในปี 2550 กลุ่มบีอีซี เวิลด์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่ม อย่างเป็นสาระสำคัญ นอกจากการที่
ได้ขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยให้กลุ่มเมเจอร์ฯเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในไทยทิคเก็ตฯ การขายเงิน
ลงทุนทั้งหมดในเอสเอ็มบีที พับลิชชิ่งคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นใหญ่ การซื้อหุ้นส่วนน้อยใน บีอีซี-เทโร เอ็กซ์ซิบิ-
ชั่นส์ เพิ่มการลงทุนในบริษัทนั้นเป็น99.9% และการเข้าทำกิจการร่วมค้ากับ ซีเนริโอ ในนาม " กิจการ-
ร่วมค้าบีอีซี-เทโร ซีเนริโอ" เพื่อนำเสนอละครเพลงเรื่อง "แคท"

ผลการดำเนินงาน

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ในงบการเงินเฉพาะ
ของบริษัทที่เริ่มใช้ในปีนี้ มีผลทำให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัทแสดงผลที่ต่างไป
จากผลการดำเนินงานของกลุ่ม แต่เพื่อกันความสับสนใคร่ขออธิบายผลตามที่แสดงในงบการเงินรวม

กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในปี 2550 เท่ากับ 2,252 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 609 ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นกว่า
37% จากการเติบโตของธุรกิจของบีอีซี เวิลด์ ที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสสี่ของปี2548 สามารถเพิ่มรายได้
จากการขายเวลาโฆษณาได้มากกว่าปีก่อนกว่า908 ล้านบาท จากการเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาขึ้นมา
ได้อย่างต่อเนื่อง การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม และการปรับเพิ่มราคาในบางช่วงเวลา ในขณะที่ต้นทุน
การให้บริการไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม แต่ยังกลับลดลงจากปีก่อนจากการที่เปลี่ยนแปลงผังรายการลดจำนวน
ละครลง มีกำไรจากธุรกิจจัดคอนเสิรต์และแสดงโชว์ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ไม่ได้เปลี่ยน
แปลงไปมากมายนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไรสูงขึ้น และยังมีอัตราการเติบโตของยอดกำไร
สุทธิสูงมากอยู่ดี

รายได้จากการขาย

รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสุดท้ายก็เป็นเช่นเดียวกับอุตสาหกรรม
คือโตขึ้นสูงกว่าไตรมาสก่อนและก็เติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยที่กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำได้
ดีกว่าอุตสาหกรรม โดยที่ในไตรมาสสุดท้ายของปีทำได้ดีกว่าปีก่อนสูงถึง26.9% และรวมทั้งปีทำได้สูงกว่า
ปีก่อน14.9% จากการที่สามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นกว่าปีก่อนมาก มีการขยายเวลาช่วง
ซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลาอีกด้วย ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต
และแสดงโชว์ที่แสดงก็ทำได้สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน

ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย

ต้นทุนให้บริการ ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการปรับผังรายการลดจำนวนละครลง ส่วนต้น
ทุนการจัดการแสดงนั้นก็เพิ่มขึ้นตามรายได้แต่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากยอดปีก่อนมากมายนัก

ฐานะการเงิน

สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2549 โดยที่เงินสดและเงินลงทุนชั่วคราว
ได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากตามการเพิ่มขึ้นของผลกำไร หนี้สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนเนื่องจากภาษีเงิน
ได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามกำไร กลุ่มฯมีฐานะมั่งคงเช่นเคย

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02 2623-635

©Copyright BEC World Plc. All rights reserved