|
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์
มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี 2551
ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735 ล้านบาท
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี
2551 ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735 ล้าน
บาท แม้จะมีกำไรจากธุรกิจหลักได้สูงกว่าไตรมาสก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขันเทนนิส
และจากการรับรู้ความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขันในปีก่อนๆที่ยังคงค้าง
อยู่นาน แต่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ก็ยังทำกำไรได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยดีขึ้น22% เท่ากับ131
ล้านบาท จากการที่กลุ่มบีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น15%
เป็นยอด
ที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน272ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา
การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ในขณะที่ต้นทุนในการให้บริการที่แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการ
การปรับขยาย
เวลาในบางช่วงรายการ และการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก ดังที่กล่าว
แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำ
กว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เพิ่มขึ้นมากในไตรมาสนี้
จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่คง
ค้างนาน แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมาก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี
เวิลด์ มีอัตรากำไร และยอดกำไรสุทธิ สูงขึ้นจาก
ปีก่อนได้มาก ดังที่ได้อธิบายในคำอธิบายงบการเงินรวมที่ได้แนบมาด้วยพร้อมนี้
คำอธิบายงบการเงินรวม
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2551
ภาวะอุตสาหกรรม
เนลสัน มีเดีย รีเสริทช์
ได้รายงานว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ได้ลดลง ต่อเนื่องกันมาตลอดทุก
เดือน ในไตรมาส3ปีนี้ ทำให้ทั้งไตรมาสลดลงจากไตรมาสก่อนมากกว่า6%
แม้ในปีนี้มีการถ่ายทอดการ
แข่งขันโอลิมปิก โดยที่มีแต่เฉพาะ "ช่อง3" และ"ช่อง11
(ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า"เอ็นบีที"ซึ่งถ่ายทอดโอลิมปิก
ยาวนานกว่าช่องอื่นๆ)" ที่มีอัตราการเติบโตดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อน
ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการที่"ช่อง3"ได้
ปรับอัตราราคาเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลาตั้งแต่กลางไตรมาสก่อน
และเมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อุตสาหกรรมได้ลดลงเกือบ9% โดยที่ทุกช่อง
ยกเว้น"ที-ไอทีวี / ที-พีบีเอส"
มีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนทั้งสิ้น ทั้งนี้เป็นเพราะ เนลสันฯได้รายงานว่าในครึ่งหลังของปีก่อน"ที-ไอทีวี"
ได้โตขึ้นสูงถึง13%(จากฐานในครึ่งแรกของปี) และ"ที-ไอทีวี"มีส่วนแบ่งตลาดในเม็ดเงินโฆษณานี้สูงถึง
กว่า15%ในปีก่อน จึงทำให้ส่วนแบ่งตลาดเม็ดเงินโฆษณาของช่องอื่นๆทุกช่อง
โตขึ้นจากปีก่อน และเมื่อ
พิจารณาในรายละเอียดเห็นได้ชัดว่า พฤติกรรมของผู้โฆษณาไม่ได้ลดลงไปในทางเดียวกัน
นอกจาก
ผู้ที่เคยเป็นผู้โฆษณารายใหญ่ของ"ที-ไอทีวี" มีผู้โฆษณาหลายราย/หลายกลุ่มสินค้า
ทั้งรายใหญ่ๆและ
รายกลางๆ ที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นกว่าปีก่อน
และ มีหลายรายที่ใช้เงินโฆษ-
ณาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน เห็นได้ชัดถึงความหลากหลาย,
ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของ
การเติบโตของอุตสาหกรรม
ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี "เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม"
มีผลทำ
ให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
จึงขออธิบายเฉพาะผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสามปี2551
ได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เป็นยอดท่ากับ 735
ล้านบาท แม้จะมีกำไรจากธุรกิจหลักได้สูงกว่าไตรมาสก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขัน
เทนนิส และจากการรับรู้ความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขันในปีก่อนๆที่
ยังคงค้างอยู่นาน แต่กลุ่มบริษัทก็ยังทำกำไรได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยดีขึ้น22% เท่ากับ
131ล้านบาท จากการที่บีอีซี เวิลด์ ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น15%
เป็น
ยอดที่ดีขึ้นสูงกว่าปีก่อน272ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้อีกในบางช่วงเวลา
การขยายเวลาช่วง
ไพร์มและช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ในขณะที่
ต้นทุนในการให้บริการที่แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการ
การปรับขยายเวลา
ในบางช่วงรายการ และการถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิกดังที่กล่าว
แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า
โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้เพิ่มขึ้นมากในไตรมาสนี้
จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่คง
ค้างนาน แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมากนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี
เวิลด์ มีอัตรากำไร และยอดกำไรสุทธิ
สูงขึ้นจากปีก่อนมาก
รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสามปีนี้ทำได้ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ใน
ไตรมาสก่อน และก็ยังเติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนสูงถึง15%
จากการปรับราคาขึ้นได้อีกใน
บางช่วงเวลา การขยายช่วงไพร์มไทม์ และการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ขยายเพื่อรองรับความต้อง
การเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้น
อีกด้วย ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นเพิ่มสูงขึ้นมากจากไตรมาสก่อนจากจำนวน
กิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันเทนนิสอาชีพระดับโลก
ที่จัดขึ้นเป็นประจำในไตร
มาส3ของปี แต่ปีนี้เรามีรายได้จากการจัดการแข่งขันที่ว่านั้นได้น้อยลงจากที่เคยทำได้ในปีก่อน
จึงทำให้
ผลขาดทุนจากการจัดการแข่งขันนี้เป็นยอดที่สูงกว่ายอดของปีก่อน
ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนให้บริการ ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ในไตรมาส3ปีนี้มีต้นทุนพิเศษจากการถ่าย
ทอดการแข่งขันโอลิมปิก เนื่องจากต้นทุนรายการประกวดแข่งขันร้องเพลงที่ลดลงตามจำนวนชั่วโมงที่
น้อยกว่ากว่าไตรมาสก่อน และอีกส่วนหนึ่งเกิดจาก ค่าตัดจ่ายค่ารายการที่ลดลง
จากจำนวนละครที่ออก
อากาศจบในไตรมาสก่อนมีมากกว่าปกติ แต่ต้นทุนให้บริการก็โตขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจาก
การถ่ายทอดการแข่งขันโอลิมปิก จากการปรับผังรายการ การขยายช่วงไพร์มไทม์
ซึ่งเป็นการเพิ่มโอ
กาสในการสร้างรายได้และกำไรให้สูงขึ้น และจากการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ได้ขยายเพื่อรอง
รับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลดลงตาม
รายได้ที่ลดลง และในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารนั้น
เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตร-
มาสก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ความเสี่ยงของหนี้ที่เกิดจากการจัดการแข่งขัน
เทนนิสในปีก่อนๆที่ยังคงค้างอยู่นาน ในรูป"ค่าเผื่อสำหรับหนี้ที่สงสัยจะสูญ"
ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวม
สูงขึ้นเป็นพิเศษในไตรมาส3ปีนี้
ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับยอด ณ สิ้นปี2550
หลังจากการจ่ายเงินปันผลสอง
ครั้งในปีนี้ เป็นจำนวน2,300ล้านบาท สูงกว่ายอดกำไรสุทธิของสามไตรมาสแรกเล็กน้อย
ทำให้ยอดเงิน
สด, รายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวโดยรวมลดลงเล็กน้อย
ในไตรมาสนี้,เงินลงทุนใน
บริษัทร่วมแห่งหนึ่งได้ถูกจัดประเภทใหม่เป็นเงินลงทุนระยะยาวในหลักทรัพย์เผื่อขาย,
เมื่ออำนาจควบ
คุมของเราลดลง, แสดงมูลค่าตามราคาตลาด โดยที่กำไรจากการแปลงมูลค่าเงินลงทุนดังที่กล่าวได้แสดง
ไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน หนี้สินลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อนหลังการจ่าย
ภาษีเงินได้ประจำปีและภาษีเงินได้กลางปี ส่วนของผู้ถือหุ้นก็ลดลงจากยอดเมื่อปลายปีก่อนเช่นกันจาก
การจ่ายเงินปันผลดังที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตาม,กลุ่มบีอีซี
เวิลด์ยังมีฐานะมั่งคงเช่นเคย
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์
มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี 2551 เท่ากับ 749 ล้านบาท
สูงกว่าไตรมาสก่อน 12% เท่ากับดีขึ้น79 ล้านบาท
และ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน161 ล้านบาท
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี
2551 เท่ากับ 749 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสก่อน12%เท่ากับดี
ขึ้น79 ล้านบาท และ สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน161ล้านบาท
เท่ากับดีขึ้นมากกว่า27% จากการที่
บีอีซี เวิลด์ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาสูงขึ้น11%ได้มากกว่าไตรมาสก่อน
201 ล้านบาท
และดีขึ้น23%สูงกว่าปีก่อน392 ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา
การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ในขณะที่ต้นทุนการ
ให้บริการแม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน จากการที่เปลี่ยนแปลงผังรายการและการขยาย
เวลา แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มี
อัตรากำไร และ ยอดกำไรสุทธิ สูงขึ้น ดังที่ได้อธิบายในคำอธิบายงบการเงินรวมที่ได้แนบมาด้วยพร้อมนี้
คำอธิบายงบการเงินรวม
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2551
ภาวะอุตสาหกรรม
ภาวะอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวปรับเป็นดีขึ้นกว่าปีก่อนตั้งแต่ต้นไตรมาส2
โดยที่เนลสัน มีเดียรีเสริทช์ ได้
รายงานว่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มีการเติบโตสูงกว่าปีก่อนตั้งแต่เดือนเมษายน
และ ก็ดีขึ้น
ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นต่อเนื่องในเดือนถัดๆมา ตลอดไตรมาส
ทำให้ไตรมาส2ปีนี้สูงกว่าไตรมาส
เดียวกันของปีก่อนมากกว่า6% แม้เนลสันฯได้รายงานว่าอุตสาหกรรมโดยรวมไม่มีการเติบโตในครึ่ง
แรกของปี(จากการใช้เงินที่ทรุดลงมากในไตรมาสแรก) แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด
เห็นได้ชัดว่า
พฤติกรรมของผู้โฆษณาไม่ได้ลดลงไปในทางเดียวกัน มีผู้โฆษณาหลายกลุ่ม/หลายราย
ทั้งรายใหญ่ๆและ
รายกลางๆที่ยังเพิ่มการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้นกว่าปีก่อน
และมีหลายรายที่ใช้เงินโฆษณา
เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ20ของปีก่อน เห็นได้ชัดถึงความหลากหลาย,
ความมั่นคง และ โอกาสที่ดีของการ
เติบโตของอุตสาหกรรม โดยที่"ช่อง3"มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรม
ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเม็ด
เงินโฆษณาของ"ช่อง3"โตขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สูงเพิ่มขึ้นเป็น28%ในครึ่งแรกของปีนี้
ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการนโยบายบัญชี เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี"เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม"
มีผลทำให้
ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัท แสดงผลที่ต่างไปจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม
ดังนั้น
เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน จึงอธิบายผลการดำเนินงาน ตามที่แสดงในงบการเงินรวม
ดังนี้
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในไตรมาสสองปี2551 เท่ากับ 749ล้านบาท
สูงกว่าไตรมาสก่อน12% เท่ากับดี
ขึ้น79 ล้านบาท และสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 161 ล้านบาท
เท่ากับดีขึ้นมากกว่า 27% จากการที่
บีอีซี เวิลด์ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายเวลาโฆษณาสูงขึ้น11%
ได้มากกว่าไตรมาสก่อน201ล้านบาท
และดีขึ้น23% สูงกว่าปีก่อน392ล้านบาท จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา
การขยายเวลาช่วงไพร์ม
และช่วงซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ในขณะที่ต้นทุนการ
ให้บริการแม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและจากปีก่อน จากการปรับผังรายการและการขยายเวลา
แต่
ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไร
และยอดกำไรสุทธิสูงขึ้น
รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม
บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสองปีนี้ทำได้สูงกว่าไตรมาสก่อน11% และ
ก็ยังเติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนสูงถึง23% จากการปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลา
การขยาย
ช่วงไพร์มไทม์ และการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ขยายเพื่อรองรับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่ม
ขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นอีกด้วย
ส่วนรายได้จาก
การจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์นั้นกลับต่ำลงมา จากทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกับปีก่อน
จากการ
ลดลงของการจัดการแสดงในไตรมาสสองของปีนี้
ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนให้บริการ เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน
และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการ
ปรับผังรายการ การขยายช่วงไพร์มไทม์ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรให้สูงขึ้น
และ
จากการขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม-ที่ได้ขยายเพื่อรองรับความต้องการเวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่
คาดการณ์ไว้ ส่วนต้นทุนการจัดการแสดงนั้นก็ลดลงตามรายได้ที่ลดลง
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริ-
หารนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอด
ณ สิ้นปี 2550 โดยที่เงินสด,รายการเทียบเท่าเงินสด
และเงินลงทุนชั่วคราวได้เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของผลกำไรแม้จะได้จ่ายเงินปันผลก้อนใหญ่ในระหว่าง
ไตรมาส หนี้สินเป็นยอดใกล้เคียงกับยอดเมื่อปลายปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามกำไรแม้จะได้จ่าย
เงินปันผลก้อนใหญ่ในระหว่างไตรมาส กลุ่มบีอีซี เวิลด์มีฐานะมั่งคงเช่นเคย
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02 2623-635
กลุ่ม
บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในปี 2550 เท่ากับ 2,252 ล้านบาท
สูงกว่าปีก่อน 609 ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นกว่า 37%
จากการเติบโตของธุรกิจของบีอีซี
เวิลด์ ที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสสี่ของปี 2548 สามารถเพิ่มรายได้จาก
การขายเวลาโฆษณาได้สูงขึ้น14.9% มากกว่าปีก่อนกว่า908 ล้านบาท
จากการเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษ-
ณาขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม และการปรับเพิ่มราคาในบางช่วงเวลา
ใน
ขณะที่ต้นทุนการให้บริการไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม แต่ยังกลับลดลงจากปีก่อนจากการที่เปลี่ยนแปลงผังราย-
การลดจำนวนละครลง มีกำไรจากธุรกิจจัดคอนเสิรต์และแสดงโชว์ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์
มีอัตรากำไรสูงขึ้น และยังมีอัตราการเติบโต
ของยอดกำไรสุทธิสูงมากอยู่ดี
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02-262-3635
คำอธิบายงบการเงินรวม
สำหรับปี 2550
ภาวะอุตสาหกรรม
เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นในช่วงส่งท้ายปี
2549 ทำให้การใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์
ในไตรมาสแรกของปี 2550 ยุบตัวต่ำลงจากยอดที่เคยใช้ในไตรมาสก่อนประมาณ
5% และเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นในช่วงต้นไตรมาส
2 ยิ่งทำให้ภาวะอุตสาหกรรม
ในปี2550 นี้ดูแปลกไป เนลสันฯรายงานว่าไม่มีการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส2
เมื่อเปรียบ
เทียบกับไตรมาสก่อนแม้โดยปกติไตรมาส2 นั้นถือได้ว่าเป็นช่วงที่ดีของปี
ซ้ำยังทำให้อุตสาหกรรมยุบ
ตัวต่ำลงมาจากยอดที่เคยใช้ในไตรมาสเดียวกันนี้ของปีก่อนถึง9%
แต่อุตสาหกรรมก็ได้ปรับฟื้นมีการ
เติบโตต่อเนื่องกันทุกเดือนตลอดครึ่งหลังของปี ทำให้เห็นการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในไตร-
มาสสามโตขึ้นจากไตรมาสก่อน และการใช้เงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกใน
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 แม้เนลสันฯได้รายงานว่า-ยูนิลีเวอร์ฯ-ผู้โฆษณารายใหญ่สุดในตลาด
ได้ลด
การใช้เงินโฆษณาลงค่อนข้างมากตลอดไตรมาสสุดท้ายของปี แต่อุตสาหกรรมก็ยังมีการเติบโตเป็นยอด
สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร่วม5% ทำให้ยอดรวมของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในปี2550
ทั้งปีเป็นยอด5.35หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอตุสาห-
กรรมโฆษณาโดยรวมที่โตขึ้น2.5% แต่สื่อโทรทัศน์ก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง58%
อยู่ดี และเมื่อมองใน
แง่ดี ก็เห็นได้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่กำลังเติบโต
นอกจากแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ก็ยังมีความ
หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับอนาคต
โครงสร้างของกลุ่มบีอีซี
เวิลด์
ในปี 2550 กลุ่มบีอีซี
เวิลด์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่ม อย่างเป็นสาระสำคัญ
นอกจากการที่
ได้ขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยให้กลุ่มเมเจอร์ฯเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในไทยทิคเก็ตฯ
การขายเงิน
ลงทุนทั้งหมดในเอสเอ็มบีที พับลิชชิ่งคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อหุ้นส่วนน้อยใน บีอีซี-เทโร เอ็กซ์ซิบิ-
ชั่นส์ เพิ่มการลงทุนในบริษัทนั้นเป็น99.9% และการเข้าทำกิจการร่วมค้ากับ
ซีเนริโอ ในนาม " กิจการ-
ร่วมค้าบีอีซี-เทโร ซีเนริโอ" เพื่อนำเสนอละครเพลงเรื่อง
"แคท"
ผลการดำเนินงาน
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
ในงบการเงินเฉพาะ
ของบริษัทที่เริ่มใช้ในปีนี้ มีผลทำให้ผลการดำเนินงานที่แสดงในงบฯเฉพาะของบริษัทแสดงผลที่ต่างไป
จากผลการดำเนินงานของกลุ่ม แต่เพื่อกันความสับสนใคร่ขออธิบายผลตามที่แสดงในงบการเงินรวม
กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีกำไรสุทธิในปี
2550 เท่ากับ 2,252 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 609 ล้านบาท เท่ากับดีขึ้นกว่า
37% จากการเติบโตของธุรกิจของบีอีซี เวิลด์ ที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสสี่ของปี2548
สามารถเพิ่มรายได้
จากการขายเวลาโฆษณาได้มากกว่าปีก่อนกว่า908 ล้านบาท จากการเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาขึ้นมา
ได้อย่างต่อเนื่อง การขยายเวลาช่วงซุปเปอร์ไพร์ม และการปรับเพิ่มราคาในบางช่วงเวลา
ในขณะที่ต้นทุน
การให้บริการไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม แต่ยังกลับลดลงจากปีก่อนจากการที่เปลี่ยนแปลงผังรายการลดจำนวน
ละครลง มีกำไรจากธุรกิจจัดคอนเสิรต์และแสดงโชว์ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ไม่ได้เปลี่ยน
แปลงไปมากมายนัก จึงทำให้กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ มีอัตรากำไรสูงขึ้น
และยังมีอัตราการเติบโตของยอดกำไร
สุทธิสูงมากอยู่ดี
รายได้จากการขาย
รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม
บีอีซี เวิลด์ ในไตรมาสสุดท้ายก็เป็นเช่นเดียวกับอุตสาหกรรม
คือโตขึ้นสูงกว่าไตรมาสก่อนและก็เติบโตดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยที่กลุ่ม บีอีซี เวิลด์ ทำได้
ดีกว่าอุตสาหกรรม โดยที่ในไตรมาสสุดท้ายของปีทำได้ดีกว่าปีก่อนสูงถึง26.9%
และรวมทั้งปีทำได้สูงกว่า
ปีก่อน14.9% จากการที่สามารถเพิ่มอัตราการใช้เวลาโฆษณาได้ดีขึ้นกว่าปีก่อนมาก
มีการขยายเวลาช่วง
ซุปเปอร์ไพร์ม อีกทั้งยังสามารถปรับราคาขึ้นได้ในบางช่วงเวลาอีกด้วย
ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต
และแสดงโชว์ที่แสดงก็ทำได้สูงกว่าปีก่อนเช่นกัน
ต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย
ต้นทุนให้บริการ ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
เนื่องจากการปรับผังรายการลดจำนวนละครลง ส่วนต้น
ทุนการจัดการแสดงนั้นก็เพิ่มขึ้นตามรายได้แต่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า
และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากยอดปีก่อนมากมายนัก
ฐานะการเงิน
สินทรัพย์โดยรวมเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับยอด
ณ สิ้นปี2549 โดยที่เงินสดและเงินลงทุนชั่วคราว
ได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากตามการเพิ่มขึ้นของผลกำไร หนี้สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนเนื่องจากภาษีเงิน
ได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตามกำไร กลุ่มฯมีฐานะมั่งคงเช่นเคย
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สอบถามได้ที่ นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายการเงิน
โทรศัพท์ 02 2623-635
|