เฉพาะ agency โฆษณา
 
          "บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด" ผู้ดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2510 และได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 3 ธันวาคม 2510 ขอร่วมทุนจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สีกับบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด เหตุผลที่ต้องขอเข้าร่วมทุน ก็เนื่องจากพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใด ดำเนินบริการส่งวิทยุกระจายเสียงหรือบริการส่งวิทยุโทรทัศน์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต"

          สำหรับ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ได้รับอนุญาตให้ทำการส่งกระจายเสียงและโทรทัศน์ ตามกฎ กระทรวง พ.ศ.2498 ซึ่งออกตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด จึงได้ขอเข้าร่วมทุนโดยอาศัยสิทธิตามกฎหมายที่บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด มีอยู่

         บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัดและบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ได้ลงนามในสัญญาร่วม ดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ ในนามสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2511

          สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อต้นปี 2512 ณ บริเวณกิโลเมตรที่ 19 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และได้ก่อสร้างอาคารสถานี พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เครื่องส่งโทรทัศน์ เครื่องส่งวิทยุและเสาอากาศจนแล้วเสร็จ เมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2513

          สำหรับตัวอาคารสถานี เป็นตึกสูง 4 ชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ มีห้องส่งขนาด 600 ตารางเมตร 2 ห้อง ห้องส่งขนาด 500 ตารางเมตร 2 ห้อง และห้องส่งขนาด 110 ตารางเมตร อีก 1 ห้อง โดยห้องส่งแต่ละห้องจะมีห้องควบคุมเฉพาะของตนเอง นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งระบบไซโครามาในห้องส่ง เพื่อทำให้เกิดความชัดลึกและเปลี่ยนสีของฉากได้ ซึ่งนับว่าเป็นสถานีโทรทัศน์เพียงแห่งเดียวในขณะนั้น ที่มีการติดตั้งระบบไซโครามา

          ส่วนเครื่องส่งโทรทัศน์นั้นเป็นขนาด 25 กิโลวัตต์ 2 เครื่องขนานกัน กำลังส่งรวม 50 กิโลวัตต์ อัตราการขยายสายอากาศ 13 เท่า กำลังออกอากาศที่ปลายเสา 650 กิโลวัตต์ ทางช่อง 3 ด้วยระบบ CCIR PAL 625 เส้น ความถี่ 54-61 เมกกะเฮิร์ตซ์ เสาอากาศเครื่องส่งโทรทัศน์สูง 250 เมตร เครื่องส่งวิทยุเป็น ระบบเอฟ.เอ็ม. มัลติเพล็กซ์ กำลังส่ง 10 กิโลวัตต์ ความถี่ 105.5 เมกกะเฮิร์ตซ์

          รัศมีการออกอากศ สามารถให้บริการได้เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงรวม 18 จังหวัดหรือเท่ากับประมาณร้อยละ 20.64 ของพื้นที่ประเทศไทย

          เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2513 ทางสถานีได้เริ่มทดลองทำรายการเป็นครั้งแรกโดยบันทึกเป็นเทป โทรทัศน์ไว้ มิได้นำออกอากาศจริง

          ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2513 ได้เริ่มทดลองออกอากาศเต็มระบบ 50 กิโลวัตต์ ด้วยเครื่องส่งขนาน เป็นครั้งแรกระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. ด้วยรายการภาพยนตร์

          วันที่ 15 มีนาคม 2513 ได้เริ่มทดลองแพร่ภาพออกอากาศโดยเปิดสถานีตั้งแต่เวลา 09.30 น. และปิด สถานีเมื่อเวลา 24.00 น.

          และสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เริ่มแพร่ภาพออกอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2513 เวลา 10.00 น. ตามเวลาฤกษ์

          ต่อมาบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะให้ประชาชน ในภาคกลางและส่วนภูมิภาคมีความเท่าเทียมกันในการบริการทางด้านข่าวสาร ความรู้และความบันเทิง จากโทรทัศน์ด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับองค์การสื่อสารมวลชน แห่งประเทศไทยวางแผนขยายเครือข่ายโทรทัศน์และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการดังกล่าว ข้างต้น



         และเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2530 บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการสถานี โทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จึงได้ลงนามสัญญาขยายเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วประเทศกับองค์การสื่อสารมวลชน แห่งประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขให้ดำเนินการจัดตั้งสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ในส่วนภูมิภาค จำนวน 22 สถานี ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี โดยแต่ละแห่งจะต้องติดตั้งเครื่องส่งและอุปกรณ์โทรทัศน์ให้ออกอากาศ ได้ทั้งช่อง 3 และช่อง 9 และสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ทั้ง 22 แห่งนี้จะได้รับสัญญาณจากสถานีหลักใน กรุงเทพมหานครผ่านระบบดาวเทยมอินเทลเซท

          โดยสัญญาดังกล่าวนี้ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด จะได้รับสิทธิ์เป็นผู้ดำเนินการสถานี วิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ต่อไป เป็นเวลา 30 ปี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2533 ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2563

          การขยายเครือข่ายบริการโทรทัศน์ทั้ง 22 แห่ง ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการและจัดตั้งให้ แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในสัญญารวมแล้ว 3 ระยะ คือ

ระยะแรก จำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง นครราชสีมา และสงขลา กำหนดแล้วเสร็จภายใน 1 ปี 6 เดือน

ระยะที่สอง จำนวน 10 สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดอุบลราชธานี นครสวรรค์ สุโขทัย เชียงราย หนองบัวลำภู สกลนคร สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตและยะลา กำหนดแล้วเสร็จภายใน 3 ปี

ระยะที่สาม จำนวน 7 สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดเพชรบูรณ์ ลำปาง ชุมพร นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว และตราด กำหนดแล้วเสร็จภายใน 5 ปี

          หลังจากที่ได้ลงนามในสัญญาแล้ว ฝ่ายบริหารของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด เห็นว่า ระยะเวลาดำเนินการก่อตั้งสถานีเครือข่ายให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 5 ปี นั้นเป็นระยะเวลาที่นาน เกินไป จึงได้เร่งรัดการดำเนินงานตามโครงการให้มีระยะเวลาเพียง 2 ปี

          จากผลการดำเนินการตามแผนเร่งรัดนี้เองทำให้สถานีเครือข่ายในส่วนภูมิภาค 5 สถานีของการ ดำเนินการในระยะแรกสามารถแพร่ภาพออกอากาศอย่างเป็นทางการได้เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2531

          ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2531 สถานีเครือข่ายในโครงการระยะที่สอง จำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดอุบลราชธานี นครสวรรค์ และสุโขทัย ได้เริ่มแพร่ภาพออกอากาศ ส่วนอีก 7 สถานีที่เหลือก็ได้ เริ่มแพร่ภาพออกอากาศมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2531



          ส่วนสถานีเครือข่ายอีก 7 สถานีในโครงการระยะที่สามนั้นก็ได้ทยอยแพร่ภาพออกอากาศมาตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ 2532 และได้ออกอากาศครบทั้ง 22 สถานี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2532

          จากรายละเอียดดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่าโครงการขยายเครือข่ายบริการโทรทัศน์ในส่วนภูมิภาค จำนวน 22 สถานี ของทั้งช่อง 3 และช่อง 9 ซึ่งเดิมกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปีนั้น บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด สามารถดำเนินการจัดตั้งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นผลทำให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในส่วนกลางและสถานีเครือข่าย 22 สถานี สามารถแพร่ภาพออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 405,093 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 80.4 ของพื้นที่ประเทศไทย ประชาชนสามารถรับชมได้ประมาณ 46 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของประชาชน ทั่วประเทศ

          หลังจากบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งสถานีเครือข่ายโทรทัศน์ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ครบ 22 สถานีไปแล้ว ปรากฎว่ายังคงมีพื้นที่ บางแห่งที่รับสัญญาณจากสถานีเครือข่ายไม่ได้เพราะมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือบางพื้นที่รับสัญญาณ โทรทัศน์ได้แต่ไม่ดีนัก ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวและเพื่อ ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ประชาชนทุกคนสามารถที่จะรับสัญญาณโทรทัศน์ได้ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยจึงได้ตกลงที่จะจัดตั้ง สถานีเครือข่ายบริการโทรทัศน์เพื่อเสริมจุดบริการขึ้นอีก 9 สถานี ในพื้นที่จังหวัด ตาก แพร่ ชัยภูมิ เลย น่าน ลพบุรี ระนอง พังงา และสตูล แต่ในจำนวนสถานีทั้ง 9 แห่งนี้ ปรากฎว่าพื้นที่จังหวัดลพบุรี และชัยภูมิ ทางคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ในขณะนั้นยังมิได้พิจารณา จัดสรรความถี่ให้ ดังนั้นเพื่อมิให้โครงการนี้ต้องล่าช้าออกไป ทางองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย จึงได้หารือกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งก็ได้ข้อยุติว่าควรดำเนินการเปลี่ยนสถานที่ตั้ง สถานีเครือข่ายจากจังหวัด ลพบุรี และชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่ทาง กบถ. ในขณะนั้นได้อนุมัติความถี่ไว้แล้ว คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตรัง

          สถานีเครือข่ายโทรทัศน์เพื่อเสริมจุดบริการทั้ง 9 แห่งนี้ ได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จและสามารถ แพร่ภาพออกอากาศได้มาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2534 ซึ่งเป็นผลทำให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่กรุงเทพมหานครและสถานีเครือข่ายอีก 30 สถานี สามารถแพร่ภาพออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 452,093 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 89.7 ของพื้นที่ประเทศไทยและสามารถให้บริการประชาชน ได้ถึงประมาณ 52.96 ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ 96.3 ของประชาชนทั่วประเทศไทยและปัจจุบันเพื่อเป็น การเพิ่มประสิทธิภาพในการแพร่ภาพออกอากาศ ทางสถานีจึงได้จัดตั้งสถานีย่อยเพื่อขจัดปัญหาในการ รับสัญญาณของเขตกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องส่งออกอากาศย่านความถี่ UHF ช่อง 60 จำนวน 3 สถานี คือ

1. ที่อาคารจิวเวอร์รี่ เทรดเซ็นเตอร์ ถนนสีลม เขตบางรัก
2. ที่อาคารแฟมิลี่ คอมเพล็กซ์ สี่แยกสุทธิสาร เขตพญาไท
3. ที่อาคารเอ็มโพเรี่ยมทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย

          และอีกสถานีหนึ่งที่ออกอากาศในย่านความถี่ UHF คือ สถานีฯ จังหวัดสตูล ซึ่งออกอากาศที่ความถี่ ช่อง 55 ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการออกอากาศช่องเดียวกับประเทศมาเลเซีย

          บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เข้าร่วมอยู่ในกลุ่มบริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่ปี 2538 ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ได้ย้ายมา อยู่ที่อาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย

          ตลอดระยะเวลา 34 ปี ที่ผ่านมาช่อง 3 พยายามปรับปรุงรูปแบบของการสร้างสรรค์รายการไม่ว่าจะ เป็นด้านการพัฒนากลยุทธ์ กลวิธีในการผลิต และการนำเสนอ เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมรายการที่เต็มไปด้วย สาระความรู้และความบันเทิง อันนำมาสู่โลกทัศน์อันกว้างไกลของประชาชน และเอื้อประโยชน์ต่อการ พัฒนาประเทศอย่างสูงสุด
© Copyright 2004 Thai T.V. Color Channel 3 All right reserved.